‘ท่าน…ไม่เปลี่ยนไปเลย…’
ช่วงเวลาที่เห็นร่างชายหนุ่มชุดม่วงผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า ใจเฟิ่งเทียนหวู่ก็อดไม่ได้ที่จะสะท้านสั่นไหว สองตากลับกลายเป็นพร่ามัว พวงพักตร์พิลาศเริ่มฉายชัดถึงความตื่นเต้นยินดี
ตอนนี้นางเรียกว่าเสียอาการแล้วจริงๆ
ในขณะเดียวกันกับที่ใจเฟิ่งเทียนหวู่สะท้านสั่นไหวจนเต้นไปไม่เป็นจังหวะ ร่างผู้มาใหม่ก็อดตกตะลึงไปไม่ได้
เมื่อได้เห็นร่างบางตรงหน้า ต้วนหลิงเทียนที่พึ่งมาถึงยังอดไม่ได้ที่จะสั่นไปทั้งตัว…
สตรีเบื้องหน้ายังคงสวยสง่าอย่างไร้ที่ติ ชุดที่สวมใส่ก็ยังคงมีเฉดสีแดงเพลิงดั่งในวันวาน…
ผิวของนางขาวผ่องราวหิมะแรกเหมันต์
เส้นผมดำขลับปานน้ำหมึก
เพียงร่างบางลอยล่องอยู่ตรงนั้น กลับให้ความรู้สึกเสมือนเทพธิดาอัคคีจุติลงมาแดนมนุษย์ สรรพสิ่งโดยรอบคล้ายจะหม่นหมองลงถนัดตา
‘นาง…ไม่เปลี่ยนไปเลย…’
ตอนนี้ไม่เพียงใจต้วนหลิงเทียนจะสั่นสะท้านเต้นไปไม่เป็นจังหวะเหมือนเฟิ่งเทียนหวู่ สิ่งแรกที่ทั้งคู่นึกคิดยังเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน
หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีลอยร่างมองกันกลางฟ้าอย่างเงียบงันไร้สำเนียง
สายตาทั้งคู่มองสบตากันเนิ่นนานหากแต่ไม่มีใครคิดกล่าวใดออกมา ราวกับต่างหวาดกลัวว่าเกิดส่งเสียงออกมาแล้ว ฉากเรื่องราวที่เป็นดั่งความฝันเบื้องหน้าจะจางหายไป…
ห้วงเวลานี้หมื่นพันคำมิสู้เงียบงัน
“เทียนหวู่…”