เมื่อเฉินอี้หรูมองสบตาต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง แววตามันเย็นเยือกลงทันใด กล่าวออกเสียงดังว่า “ข้าต้องกล่าวเลยว่าหลังเจ้าใช้เวทย์พลังสนับสนุนแล้วระดับพลังของเจ้ากลับมิได้อ่อนด้อยไปกว่าข้าเลย…แต่ทว่าข้าเองก็ยังมิได้ใช้พลังทั้งหมด!”
“ที่ข้าพึ่งใช้ออกนั้นเป็นเพียง ดาบสยบโลกา ที่อ่อนแอที่สุดในเพลงดาบของข้าเท่านั้น! นอกจากดาบสยบโลกาแล้วข้ายังมี ดาบชำระโลก และ ดาบผลาญโลกาอยู่อีก!”
“หากข้าใช้ดาบชำระโลกาล่ะก็ จากพลังของเจ้าต่อให้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส!”
“และถ้าข้าใช้ออกด้วยดาบผลาญโลกาเมื่อใด เจ้ามิอาจหลีกหนีความตายได้พ้นแน่!”
หลังกล่าวจบคำ สีหน้าท่าทางของเฉินอี้หรูก็ดูเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจเต็มพิกัด!
อีกทั้งในวาจาของมัน ยังฟังออกได้ว่า…
มันคิดว่าเมื่อครู่เป็นต้วนหลิงเทียนลงมือใช้ออกด้วยพลังทั้งหมดแล้ว หากทว่ายังทำได้แค่ทัดเทียมกับกระบวนท่า ดาบสยบโลกา ของมันเท่านั้น!
“อ้อ แล้วทำไมเหรอ?’
ได้ยินคำเฉินอี้หรู ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงไร้แยแส
“หากเจ้าเต็มใจกล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้า ว่าจักแบ่งปันเวทย์พลังสนับสนุนจากระนาบเทวโลกที่เจ้ามีให้ข้าอย่างไม่คิดเล่นลูกไม้ใดๆ…ข้าเฉินอี้หรู เซียนอมตะเสเพล 4 ทัณฑ์ผู้นี้ สามารถสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์ต่อหน้าเจ้า ว่าข้าจะเมตตาละเว้นชีวิตเจ้า!!”
เฉินอี้หรูไม่ลีลาอ้อมค้อมใดๆ มันเลือกเปิดประตูเห็นภูผากล่าวบอกเจตนาออกตามตรง