ไม่ว่าจะอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นมนุษย์เหมือนกันกับเขา แถมพลังฝีมือก็ไม่ใช่ชั่ว
วันหน้าหากเผ่าปีศาจรุกรานขึ้นมายังภูมิภาคเบื้องบนจริงๆ พลังฝีมืออย่างชายชราย่อมสมควรนับเป็นเสาหลักของมนุษย์ชาติได้เลย ฆ่าอีกฝ่ายทิ้งไปก็เสมือนบั่นทอนกำลังรบของมนุษย์ไปเปล่าๆ
ดังนั้นเขาจึงคิดง่ายๆ
หากอีกฝ่ายไม่ตอแยวุ่นวายเขาให้มาก กระทั่งไม่คิดลงมือก่อน เขาก็จะไว้ชีวิตมันสักครั้ง
“บังอาจ!”
“โอหัง!!”
แทบจะพร้อมกันกับที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคำ ชายวัวยกลางคนร่างกำยำกับชายวัยกลางคนร่างผอมสูง ก็สบถคำออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ยังหันไปมองต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าดุร้าย!
หากเจ้ายังวุ่นวายไม่เลิกข้าจะฆ่าเจ้า!!
พวกมันไม่แม้แต่จะเคยฝันถึง!
ว่าต้วนหลิงเทียนยังหาญกล้ากล่าววาจาลามปามอุกอาจแบบนี้ออกมาอยู่อีก ทั้งๆที่ได้ล่วงรู้ฐานะของชายชราผู้เป็นนายท่านของพวกมันแล้ว!
“อาศัยพลังฝึกปรือแค่ครึ่งก้าวเซียนอมตะ? เจ้าคิดว่ายิ่งใหญ่เทียมฟ้าแล้วงั้นรึ?”
ในขณะที่ข้ารับใช้ทั้ง 2 กล่าวตะคอกต้วนหลิงเทียนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ชายชราในชุดหรูที่เห็นว่าขนาดนี้แล้วอีกฝ่ายยังไม่เห็นหัวย่อมอดไม่ได้ที่จะมีโทสะ ยังมีโทสะหนักหนาจนหน้ามันเริ่มมืดคล้ำดำลง!
“ต้วนหลิงเทียน ดูเหมือนเจ้าในฐานะผู้สืบทอดหมอกพิรุณอันเป็นผู้นำ 7 ทวาราเที่ยงแท้ ถึงแม้จะล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของเซียนอมตะเสเพลแล้ว…แต่ดูท่าทางเจ้าคงยังมิรู้สินะ ว่าเซียนอมตะเสเพลอยู่ในระดับใด…”