‘แถมสายแร่หินเซียนขนาดใหญ่ทางนั้น…ตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับหินไร้ค่า ไร้ซึ่งพลังวิญญาณฟ้าดินหลงเหลือสืบไป’
ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็ได้รู้สาเหตุ
ว่าไฉนเขาแค่กลืนกินพลังวิญญาณฟ้าดินในรัศมีเมืองเหรินโม่เชิ่งแล้วพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดของเขาถึงได้เพิ่มมากขึ้นจนผิดวิสัยแบบนี้…
ที่แท้เขาไม่เพียงกลืนกินพลังวิญญาณฟ้าดินในบรรยากาศทั่วเมืองเหรินโม่เชิ่ง แต่เขายังกลืนกินพลังวิญญาณฟ้าดินที่สั่งสมอยู่ในสายแร่หินเซียน กระทั่งชีพจรวิญญาณที่เป็นดั่งสายเลือดหลักคอยหล่อเลี้ยงเมืองให้เหรินโม่เชิ่งให้มีพลังวิญญาณฟ้าดินหนาแน่นจนหมด!!
‘เหมืองหินเซียนนั่นเดิมทีก็เป็นของตำหนักเมฆาครามข้า…และต่อให้มองไปทั่วภูมิภาคเบื้องล่าง ก็เกรงว่าจะมีแต่สถานที่ตั้งตลาดมืดหยินชานเท่านั้น ที่เทียบได้ในเรื่องความบริบูรณ์…แต่ตอนนี้ข้ากลืนกินพลังวิญญาณฟ้าดินจากพวกมันจนเกลี้ยง ไม่รู้พลังวิญญาณฟ้าดินในเหมืองนั่นมีมากมายตั้งเท่าไหร่ แล้วสั่งสมมากี่ร้อยกี่พันปี…’
‘พลังวิญญาณฟ้าดินในเหมืองกับชีพจรวิญญาณนั่น กล่าวกันตามตรงสมควรมากกว่าพลังวิญญาณฟ้าดินที่อยู่ในบรรยากาศของเมืองเหรินโม่เชิ่งนับร้อยนับพันเท่า…แต่ตอนนี้ข้าดูดกลืนมันจนเกลี้ยงแล้วจริงๆ?’
ถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้แล้วว่าพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดมหาศาลของเขามันมาจากที่ใด…