ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่ใช่คนจิตใจคับแคบทั้งยึดติด เมื่อตระหนักว่าพลังมังกรทั้งพลังของเนตรแร้งมารตาเดียว จากไปอย่างไร้หวนกลับ เขาก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมาย กระทั่งคร้านจะเสียเวลาคิดถึงอีกต่อไป เพียงหันกลับมาให้ความสนใจพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดต่อ
‘ตอนนี้ข้าสามารถเพาะสร้างพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดได้แล้ว เช่นนั้นหมายความว่าต่อไปข้าก็ใช้ปฐมเวทย์กลืนกินเพิ่มพลังได้…ตราบใดที่ข้าบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะได้สมบูรณ์ ด้วยมีปฐมเวทย์กลืนกิน ต่อให้เจอกับยอดฝีมือครึ่งก้าวเซียนอมตะแล้วยังต้องกลัวอะไร?!’
คิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็เต็มไปด้วยความมั่นใจนัก มั่นใจในปฐมเวทย์กลืนกินที่เขาแตกฉาน!
‘อย่างไรก็ตามพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดนี่สมแล้วที่เป็นพลังอำนาจที่มีแต่ในระนาบเทวโลก มันไม่ใช่อะไรที่พลังในระนาบโลกียะจะเทียบได้เลย….พลังเซียนต้นกำเนิดช่างห่างชั้นกับมันนัก! แถมตอนนี้ในร่างข้าก็มีพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดแค่ส่วนเดียว หากพลังในร่างข้าเป็นพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดทั้งหมดมันจะร้ายกาจขนาดไหนกัน?!’
‘แล้วถ้าข้าเปลี่ยนพลังในร่างให้กลายเป็นพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดทั้งหมด นั่นหมายความว่าข้าจะกลายเป็นเซียนอมตะใช่หรือไม่?’
ต้วนหลิงเทียนจมจ่อมไปกับความวิเศษของพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดไปอย่างไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตามหลังเห่อของใหม่ไปได้สักพัก ต้วนหลิงเทียนสามารถทำความคุ้นชินกับพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดได้ไม่ยาก