และฟังจากวาจาที่ซวุบซิบกันเสียงระงมปานตลาดสดแล้ว ก็พบว่าส่วนใหญ่คิดว่าอัสนีทัณฑ์อีกไม่กี่สาย ต้วนหลิงเทียนก็ไม่น่าจะรอดแล้ว!
“ข้าเชื่อว่าอัสนีทัณฑ์สวรรค์สายที่ 71 แม้ต้วนหลิงเทียนจะรับไว้ได้แต่ก็ต้องบาดเจ็บไม่น้อย…เช่นนั้นหากไม่ใช่อัสนีทัณฑ์สายที่ 72 หรือ 73 มันต้องแปลงร่างเป็นนักรบมังกร 9 กรงเล็บแน่นอน!”
ไม่นานอาวุโสตำหนักขจีจรัสคนหนึ่งก็กล่าวความคิดของมันออกมา
“แปลงร่างตอนอัสนีสายที่ 72 หรือ 73 งั้นรึ?”
ทว่าไม่นานนักก็มีอาวุโสของวังอัคคีสีชาดที่ไม่เห็นด้วยกล่าวล้มล้างการคาดเดาของอาวุโสตำหนักขจีจรัส “ข้าคิดว่ามันสมควรแปลงร่างเป็นนักรบมังกกร 9 กรงเล็บตั้งแต่อัสนีทัณฑ์สายที่ 71 ที่กำลังจักฟาดลงนี่ล่ะ!”
“อืม ข้าเองก็คิดเช่นนั้น…พวกเจ้าดูสภาพของมันตอนนี้เข้าเถอะ แม้จะยังอยู่ดีหลังรับอัสนีทัณฑ์สายที่ 70 มา แต่มันก็สมควรมาถึงขีดจำกัดแล้ว ท่าทางจะเหนื่อยล้าสิ้นแรงไม่น้อย!”
“ข้าเห็นด้วย”
…
เสียงของอาวุโสวังอัคคีสีชาดนั้น ดูเหมือนจะมีผู้คนเห็นด้วยมากกว่า
เขตคฤหาสน์ส่วนตัวของจ้าววังเซียนสัญจรอวี่เหวินฮ่าวเฉินยามนี้ แพเมฆหายนะสู่สวรรค์ที่มาควบรวมบรรจบกันมันช่างดำทะมึน ประหนึ่งปิดฟ้าบังตะวัน ทำให้พื้นที่แถบนี้มืดลงถนัดตา ตะวันจันทราคล้ายหม่นแสง
นี่เป็นสภาพแวดล้อมที่จะพบเห็นได้ เมื่อมีผู้ฝึกตนจะข้ามผ่านหายนะสู่สวรรค์