เห็นฉีหนานฟงกุลีกุจอล่าถอยออกมาแบบนั้นหลายคนอดไม่ได้ที่จะสงสัย
“เป็นเจ้าจะไม่กลับมารึไร…ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนกับจ้าววังเซียนสัญจรกำลังข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์กันอยู่…หากฉีหนานฟงทะเล่อทะล่าเข้าไปตอนนี้ ไม่พ้นทำให้สวรรค์พิโรธ และส่งอัสนีฟ้าที่รุนแรงไม่ต่างอัสนีทัณฑ์สายสุดท้ายมาพิฆาตมันแน่!”
อาวุโสวังอัคคีสีชาดกล่าวตอบให้ศิษย์ฟัง
“จ้าววังวิญญาณอสุราสมควรเคียดแค้นชิงชังต้วนหลิงเทียนมากนัก…หาไม่แล้วคงไม่กล้าลงมืออย่างลืมตัว หมายร่วมมือกับจ้าววังเซียนสัญจรฆ่าต้วนหลิงเทียนแบบนี้”
“หากมิใช่เพราะว่าคราวนี้มีอัสนีทัณฑ์ 2 ชุด และเสียงอัสนีทัณฑ์สายแรกที่ผ่าใส่จ้าววังเซียนสัญจรดังเตือนสติมันล่ะก็ เกรงว่ามันคงหนีความตายไม่พ้น!!”
“ช่างวู่วามนัก…หรือจ้าววังวิญญาณอสุราที่แท้เป็นตัวโง่งม?”
“ชู่ว เงียบปากไปเสีย…ที่นี่มีคนวังวิญญาณอสุราตั้งเท่าไหร่ อย่าได้พูดมากเดี๋ยวจะซวยเอา! เกิดพวกมันได้ยินเจ้าดับอนาถแน่!!”
…
เมื่อมีผู้ชมกระซิบกระซาบถามไถ่กันด้วยสงสัยว่าไฉนฉีหนานฟงจึงล่าถอย จนในที่สุดก็มีผู้รู้กล่าวตอบ ทำให้ไม่นานทุกคนก็ได้รู้ว่าฉีหนานฟงรีบถอยออกมาเพราะอะไร…
ฉีหนานฟงที่ถอยกลับมา แน่นอนว่าย่อมได้ยินเสียงซุบซิบดังกล่าวชัดถนัดหู
จังหวะนี้หน้ามันถึงกับเปลี่ยนไปเป็นสีขาวสลับเขียว!