สุดท้ายมันก็หันไปจับจ้องร่างสตรีทั้ง 3 ที่ลอยอยู่ไม่ไกล ต้วนซือหลิง เค่อเอ๋อ และก่านหรูเยี่ยน! ในใจเริ่มปรากฏความคิดชั่วร้ายเลวทรามขึ้นมา!!
‘หรือข้าไปจับสตรีทั้ง 3 นั่นเป็นตัวประกันบีบคั้นให้ต้วนหลิงเทียนไม่กล้าลงมือตอบโต้อวี่เหวินฮ่าวเฉิน…จนถูกอวี่เหวินฮ่าวเฉินฆ่าทิ้งดี?’
หากทว่าความคิดดังกล่าวพึ่งปรากฏไม่ทันไร มันก็ปัดตกไปทันที
เพราะมันกลัวว่าพอถึงตอนนั้น แม้จะจับสตรีทั้ง 3เป็นตัวประกันแล้ว แต่ก็ไม่อาจใช้บีบคั้นข่มขู่อะไรต้วนหลิงเทียนได้! และเมื่อไม่อาจข่มขู่อะไรต้วนหลิงเทียนได้ ยังจะกลายเป็นมันได้ก่อเรื่องบาดหมางถึงขั้นไร้หนทางสมานฉันท์กับต้วนหลิงเทียนได้อีกต่อไป…
ถึงตอนนั้นถ้าต้วนหลิงเทียนไม่ตาย วังวิญญาณอสุรามันได้เผชิญกับหายนะล่มสลายแน่!
แน่นอนว่าไฉนที่ฉีหนานฟงบังเกิดความกังวลในเรื่องนี้ เพราะธาตุแท้ของมันเป็นคนเห็นแก่ตัว กระทั่งมันยังใช้บรรทัดฐานของตัวเองไปวัดคนอื่น และคิดว่าคนอื่นก็สมควรเห็นแก่ตัวเหมือนมัน…
หากมันล่วงรู้ว่าลูกสาวและภรรยาของต้วนหลิงเทียนเป็นจุดอ่อนถึงตายของต้วนหลิงเทียนล่ะก็ มันจะไม่กังวลเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
ซู่ม! ปง! ฟุ่บ! เปรี๊ยงงง!!
…
ในขณะที่ฉีหนานฟงกำลังวิตกกังวล อีกด้านนั้น…ต้วนหลิงเทียนกับฉีหนานฟงวูบไหวร่างไปมาดั่งเงาเลือน พุ่งสวนประมือกันอีกครั้ง แต่ละคนคล้ายกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงได้ไร้จำกัด!