แน่นอนวว่าเขารู้ตัวดี ว่าเรื่องแรกเป็นความจริง…หากแต่เรื่องหลังนั้น อวี่เหวินฮ่าวเฉินมโนไปเองทั้งสิ้น!
อย่างไรก็ตาม ต้วนหลิงเทียนคร้านจะอธิบาย…
ทำไม?
หรืออวี่เหวินฮ่าวเฉินมีคุณสมบัติพอให้เขาต้องมัวมานั่งอธิบายให้ฟังด้วย?
เมื่อ 3 ปีที่แล้วเขาไม่ใช่คู่มืออวี่เหวินฮ่าวเฉิน เพราะเขาไม่แม้แต่จะบรรลุถึงเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยน จึงไร้ซึ่งสำนึกรู้ฟ้าดินอะไร
ทว่าวันนี้เขาไม่เพียงเป็นเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยนแล้ว กระทั่งสำนึกรู้ฟ้าดินยังมาถึงขีดจำกัดเท่าที่จะทำได้!
ตอนนี้ถึงแม้จะเป็นอวี่เหวินฮ่าวเฉินที่คว้าโอกาสในการชักนำหายนะทัณฑ์สวรรค์มา แต่ตัวเขาเองก็เป็นผู้ที่ทำให้หายนะทัณฑ์สวรรค์เลือกจะฟาดผ่าลงมาเช่นกัน!
กล่าวได้ว่าสำนึกรู้ฟ้าดินของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าอวี่เหวินฮ่าวเฉินแม้แต่น้อย!
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ไหนเลยเขายังต้องกลัวที่จะปะทะกับอวี่เหวินฮ่าวเฉินด้วย?
“เจ้าแลดูใจเย็นนักนะ!”
ได้ยินวาจาทั้งแลเห็นสีหน้าท่าทีสงบของต้วนหลิงเทียน อวี่เหวินฮ่าวเฉินย่อมสัมผัสได้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยึดถือมันเป็นตัวอะไร!
ในฐานะจ้าววังเซียนสัญจร มันจะยอมทนกับการดูหมิ่นอย่างทำเป็นมองไม่เห็นหัวแบบนี้ได้อย่างไร?
เช่นนั้นพอกล่าวออกอีกครั้ง น้ำเสียงก็เย็นยะเยือกนัก!
เสียงเย็นยะเยือกของอววี่เหวินฮ่าวเฉิน ทำให้ผู้ที่ได้ยินถึงกับบังเกิดความรู้สึกหนาวสะท้านปานฤดูหนาวมาเยือน!