ในบรรดา 2 วัง 6 ตำหนักที่เหลือนอกจากวังวิญญาณอสุราแล้ว…ทั้งหมดล้วนมากันแต่ชนชั้นรองผู้นำทั้งสิ้น ไม่มีผู้นำโผล่มาให้เห็นสักคน!
“จ้าววังอัคคีสีชาด กับจ้าววังอีก 6 ตำหนักไปไหนกันหมด…ไฉนไม่มาด้วยเล่า?”
ยังมีศิษย์วังเซียนสัญจรไม่น้อยที่แปลกใจในเรื่องดังกล่าว
“พวกมันปิดด่านอยู่รึเปล่า…หรือไม่ก็ติดธุระอันใด”
ใครบางคนกล่าวออก
“เหอะๆ ต่อให้จะปิดด่านหรือติดธุระอันใด…แต่จะบังเอิญเป็นเช่นนั้นเหมือนกันทั้ง 7 ได้เชียวรึ?”
หลายคนตั้งคำถาม
“เพ่ย! พวกเจ้าก็อย่าได้หลงลืมไป…สำหรับเผ่าปีศาจมนุษย์แล้ว แม้การปรากฏตัวของครึ่งก้าวเวียนอมตะคนที่ 2 จักเป็นเรื่องดี หากทว่าครึ่งก้าวเซียนอมตะคนที่ 2 กำลังจักคลอดออกมาจากวังเซียนสัญจรของพวกเรา!”
อาวุโสชราคนหนึ่งของวังเซียนสัญจรกล่าวออกด้วยรอยยิ้มแสยะดูแคลน “วังเซียนสัญจรของเราอุบัติครึ่งก้าวเซียนอมตะ ย่อมเป็นเรื่องดี…แต่สำหรับอีก 2 วังกับ 6 ตำหนักที่เหลือนั่น มิใช่ว่าจักเป็นเรื่องดี!”
“หากให้ข้าเดาล่ะก็…ไม่พ้นตอนนี้ พวกชนชั้นจ้าววังจ้าวตำหนักของอีก 1 วัง 6 ตำหนักที่เหลือ ต้องไปรวมหัวเพื่อหารืออันใดกันสักที่ หาทางคานอำนาจของท่านจ้าววังเราที่จะกำลังมีอำนาจครอบงำกดหัวพวกมัน!”
วาจาของอาวุโสชราคนนี้ นับว่าตรงกับความในใจของอาวุโสวังเซียนสัญจรอีกหลายๆคน
พอพวกมันได้คิดทบทวนดูแล้วว ก็เห็นทีจะมีแต่เป็นเพราะสาเหตุนี้เท่านั้น