3 วัง 6 ตำหนักนั้น อยู่ในภาวะแข่งขันกันมาโดยตลอด และพยายามรักษาสมดุลของอำนาจเอาไว้
ทว่าตอนนี้ในบรรดาขุมพลังทั้งหลายกลับอุบัติครึ่งก้าวเซียนอมตะขึ้นมาในวังเซียนสัญจร! แล้วจะไม่ให้พวกมันร้อนใจจนเสมือนมีไฟลนก้นได้อย่างไรไหว…!!
“คงมีแต่ท่านจ้าววังวิญญาณอสุราที่ใจกว้าง ถึงขั้นเร่งรุดมาเยือนด้วยตัวเองเป็นคนแรก”
ศิษย์วังเซียนสัญจรที่พึ่งออกจากการปิดด่านมาไม่นานกล่าวออก
ทว่าอาวุโสกับเหล่าศิษย์วังเซียนสัญจรที่อยู่มานานแล้ว พอได้ยินคำของมันถึงกับอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังลั่น
ศิษย์วังเซียนสัญจรคนหนึ่ง เห็นศิษย์ผู้มาใหม่ชักสีหน้าเหรอหราคล้ายตัวโง่งม มันก็เร่งกล่าวออกด้วยรอยยิ้มทันที “เฮ่ ศิษย์น้อง…นี่เจ้าคงมิได้กำลังคิดว่า เป็นเพราะท่านจ้าววังของพวกเรากำลังจะกลายเป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะ แล้วจ้าววังวิญญาณอสุราจึงเร่งรุดมาอวยพรหรือเร่งรุดมาแสดงความยินดีอะไรทำนองนั้นหรอกนะ?”
“อ้าว…แล้วมิใช่เช่นนั้นหรือศิษย์พี่?”
“ฮ่าๆๆ! ย่อมไม่ใช่! จ้าววังวิญญาณอสุราผู้นี้ไม่เพียงแต่มาถึงคนแรกเท่านั้น กระทั่งยังมาถึงตั้งแต่เมื่อ 1 ปีก่อนตอนที่ท่านจ้าววังเรายังมิออกจากการปิดด่านกระทั่งชักนำหายนะสู่สวรรค์อันใดด้วยซ้ำ!เพราะมันมิได้มาเพื่อพบท่านจ้าววังของเรา แต่มาเพื่อพบรองจ้าววังคนใหม่ของพวกเรา ต้วนหลิงเทียน!”
“นายน้อยตำหนักเมฆาครามผู้นั้นน่ะหรือ!?”