ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาเบาๆหลังได้ยินเสียงเตือนอย่างร้อนใจของหวงฉี่หลิง ค่อยส่งเสียงผ่านพลังตอบกลับไปว่า “พี่หวงน้ำใจท่านข้าซาบซึ้งดี…แต่ท่านไม่คิดหรือว่าตอนนี้ต่อให้ข้าคิดไปไหนก็ไปไม่ได้? จ้าววังวิญญาณอสุรา ฉีหนานฟงนั่นมันมารอท่าข้าอยู่ตั้งนานแล้ว ไหนเลยมันจะปล่อยให้ข้าหนีไปได้?”
“อีกทั้งตอนนี้จ้าววังเซียนสัญจรของท่านก็เพียงเตรียมข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ ยังไม่ได้บรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนอมตะอันใด…เช่นนั้นยังต่างอะไรกับข้าหลบหนีไปแล้วเผชิญหน้ากับฉีหนานฟง?”
“หากข้าออกไปตอนนี้ก็ต้องโดนฉีหนานฟงดักเล่นงานโดยตรงอยู่ดี…ถ้าข้าไม่ออกไปซะอย่าง ฉีหนานฟง นั่นก็ไม่กล้าลงมือหรอก บางทีข้าอาจจะเจรจาอะไรกับจ้าววังอวี่เหวินได้ หรืออย่างน้อยๆในระหว่างที่รอจ้าววังอวี่เหวินข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์ไปอย่างราบรื่น ข้าก็ยังสามารถมีชีวิตได้อีก 2-3 วัน”
ได้ยินวาจาของต้วนหลิงเทียน หวงฉี่หลิง ถึงกับใบ้กินไร้คำใดจะกล่าว…
พอมันคิดให้ดี วาจานี้ก็ไม่แปลกปลอม…ล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น!
“ไม่มีหนทางอื่นแล้วหรือ…”
ใบบหน้าหวงฉี่หลิงมืดลงทันใด ได้แต่กล่าวพึมพำกับตัวเองเบาๆ หว่างคิ้วขมวดย่นเป็นปม
“อันที่จริงที่ข้าอยากรู้ก็คือ…ท่านก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าข้าเป็นนายน้อยตำหนักเมฆาครามที่เป็นขุมพลังของมนุษย์ เช่นนั้นในฐานะที่ท่านเองก็เป็นถึงลูกชายรองจ้าววังเซียนสัญจรคนหนึ่ง ทำไมถึงยังเป็นห่วงข้าอยู่อีกเล่า?”