ในขณะที่หวงฉี่หลิวกำลังขมวดคิ้วพึมพำหน้าเครียด เสียงผ่านพลังถามไถ่ของต้วนหลิงเทียนก็ส่งตรงถึงหู ดึงสติมันให้กลับมารู้สึกตัว
และเมื่อได้ยินคำถามดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน หวงฉี่หลิงก็กล่าวส่งเสียงตอบกลับไปอย่างไร้ลังเล “น้องหลิงเทียน ข้าเห็นเจ้าเป็นสหายเพราะเจ้าเป็นเจ้า หาใช่ต้นกำเนิดของเจ้าไม่…”
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ เจ้าก็คือสหายของข้าหวงฉี่หลิง! ยิ่งไปกว่านั้นหากให้เทียบเจ้ากับสหายจอมปลอมเผ่าปีศาจมนุษย์ด้วยกันแล้ว เจ้ายังนับว่าจริงใจกับข้ามากกว่านัก…น่าเสียดายก็แต่ข้าหวงฉี่หลิงไม่เอาไหน ไม่มีปัญญาช่วยเหลืออะไรเจ้าได้เลย…”
วาจาท้ายประโยคของหวงฉี่หลิง น้ำเสียงยามกล่าวส่งมายังเต็มไปด้วยความอับจนหนทางไม่น้อย
ต้องกล่าวเลยว่าวาจานี้ของหวงฉี่หลิงทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกซาบซึ้งน้ำใจไม่น้อย ทำให้เขารู้สึกได้ในระดับหนึ่งว่า สหายผู้นี้ไม่ได้คบหาอย่างเสียเปล่าแล้ว
“เจ้า…เจ้ามาทำบ้าอะไรที่นี่! หรือเจ้าคิดรนหาที่ตายแล้วจริงๆ!?”
ทันใดนั้นก็มีอีกเสียงคุ้นหูหนึ่งส่งตรงมาถึงต้วนหลิงเทียน ทำให้เขาปรายตามองลงไปยังคฤหาสน์เบื้องล่างทันที ไม่นานเขาก็แลเห็นร่างคุ้นตาหนึ่งที่กำลังยืนจ้องเขาในลานว่าง
‘หวงเหวินจิ้ง!’
มองปราดเดียวต้วนหลิงเทียนก็จดจำร่างงามนั่นได้ทันที ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็น หวงเหวินจิ้ง รุ่นเยาว์อัจฉริยะอันดับ 1 ของวังเซียนสัญจร ทั้งยังเป็นโฉมงามอันดับ 1 แห่งเผ่าปีศาจมนุษย์!