“ข้าจะถามเจ้าว่า เจ้าเสียใจหรือไม่ที่รู้จักมัน เพราะหากเจ้าไม่รู้จักมันแต่แรก ชีวิตของเจ้าก็คงไม่ต้องเผชิญเรื่องราวทุกข์ยากจนต้องตกระกำลำบากอะไรมากมาย สุดท้ายก็ไม่ต้องมานั่งรอวันตายแบบนี้”
ก่านหรูเยี่ยนกล่าวเสริม
“ไม่”
แทบจะทันทีที่เสียงถามไถ่ของก่านหรูเยี่ยนจบลง เค่อเอ๋อก็ส่ายหัวกล่าวปฏิเสธออกมาอย่างแน่วแน่ รอยยิ้มยังคลี่กางบนใบหน้างามหมดจดของนางอย่างสดใสแช่มชื่น “การได้รู้จักพี่เทียนคือเรื่องที่ดีและมีความสุขที่สุดในชีวิตของข้า…”
“สำหรับข้าแล้ว การได้พบกับพีเทียนเป็นดั่งของขวัญที่สวรรค์ประทานให้!”
“ใจข้าเป็นสุขทั้งยินดีนักที่ได้รู้จักกับพี่เทียน กระทั่งได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันกับพี่เทียนหลายปี…ตอนนี้ต่อให้ข้าต้องตายตกลง ข้าก็ไม่มีอันใดให้เสียใจแล้ว”
เค่อเอ๋อกล่าววาจาออกมาเผยความในใจ และเมื่อฟังจากน้ำเสียงทีท่ายิ้มแย้มแจ่มใสยามกล่าวคำของนาง ก็เผยให้เห็นชัดถึงเรื่องราวประการหนึ่ง
นางกล่าวออกมาจากใจจริง!
ถึงแม้จะมีเดาไว้แล้วว่าไม่พ้นเค่อเอ๋อต้องกล่าวออกมาทำนองนี้ แต่ก่านหรูเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะสะท้านในใจเมื่อได้ยินวาจาจากใจจริงของเค่อเอ๋อ
บุรุษน่าตายนั่นมันดีขนาดนี้เลยเหรอ?
ต่อมาแววตาของก่านหรูเยี่ยนก็กลายเป็นซับซ้อนคล้ายมีเมฆหมอกบดบัง ไม่ทราบว่านางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่…
“ท่านแม่ ท่านป้า! นกไฟนั่นขยับ มันขยับแล้ว!!”