ทันใดนั้นเสียงเจื้อยแจ้วหนึ่งพลันดังขึ้น เป็นต้วนซือหลิงที่ชีมือชี้ไม้ไปยัง ‘อีกาทองคำ 3 ขา’ ด้วยท่าทางตื่นเต้นประหลาดใจ
“นี่มัน…”
เผิงไหลที่ไม่ทราบมาปรากฏตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ หากแต่ตอนนี้สายตามันก็มองจ้องไปยังวิหกเพลิงเบื้องหน้าไกลๆด้วยความตื่นตาตื่นใจ ทั้งประหลาดใจไม่น้อย
เค่อเอ๋อกับก่านหรูเยี่ยนก็หันไปมองจ้องยังเรื่องราวทันที
ห่างออกไปไกลๆนั้น เป็นอดีตห้องหับของต้วนหลิงเทียนที่ใช้ปิดด่านบ่มเพาะ หากทว่ามันได้พังทลายลงไปเพราะวิหกเพลิงตัวเขื่องประหนึ่งเนินเขาย่อมๆ และวิหกเพลิงตัวเขื่องนั่นแต่เดิมมันก็เอาแต่ยื่นตระหง่านแน่นิ่งไม่ไหวติงปานรูปปั้น
หากทว่าตอนนี้มันกลับสยายปีกเพลิงออกกว้าง ก่อนที่จะเริ่มกระพือปีก ทั้งยิ่งมายิ่งกระพือปีกถี่รัวขึ้นเรื่อยๆ!
สองตาของมันยามนี้คล้ายดั่งจะมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาอย่างโชติช่วง เปล่งแสงสีทองส่องสว่างเจิดจ้า แม้ที่นี่หาได้มืดมิดอันใด แต่ลำแสงนั่นก็ช่างสว่างไสวนัก!
พั่บ! พั่บ! พั่บ! พั่บ! พั่บ!
……
ทันทีที่วิหกเพลิงตัวเขื่องเริ่มกระพือปีก คลื่นลมอันรุนแรงก็ซวัดกวาดออกมาทั่ววสารทิศ ซากปรักหักพังเริ่มปลิวกระเด็นวุ่นวาย ธุลีคลีคละคลุ้งประหนึ่งพายุทะเลทรายบังเกิดก็ไม่ปาน!
“บิน…บินล่ะ! มันบินได้ด้วยท่านแม่!!”