ตอนนี้ต้วนซือหลิงเองก็ไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยไม่รู้ความอีกต่อไป นางอายุได้ 12 ขวบปีแล้ว เป็นเด็กสาวนางหนึ่งที่มีหัวคิด ทั้งมีความดื้อรั้นตามประสา
“ซือหลิงเด็กดี ลูกหนีไปกับท่านป้าก่อนเถอะ พอพ่อเขาตื่นเมื่อใดจะได้พาแม่ไปหาพวกเจ้าทีหลัง…”
เค่อเอ๋อมองกล่าวกับต้วนซือหลิง ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มบางๆออกมาอย่างอ่อนโยน
หากแต่ลึกลงไปในแววตายังเผยความไม่ยินยอมพร้อมใจประการหนึ่ง เพราะนางรู้ดีว่าหากรั้งอยู่นั้นสมควร 9 ตาย 1 รอด
พอคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าบุตรสาวอีก กระทั่งไม่ได้อยู่เห็นบุตรสาวเติบใต ในใจย่อมบังเกิดความอาลัยอย่างช่วยไม่ได้
“ข้าไม่ไป! หากท่านพ่อท่านแม่ไม่ไปด้วยกัน ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
ต้วนซือหลิงคล้ายตระหนักได้ถึงเรื่องราวบางอย่าง นางจึงดื้อรั้น ยืนกรานไม่ยินยอมไปถ่ายเดียว
ในขณะที่เค่อเอ๋อคิดจะกล่าวเกลี้ยกล่อมต้วนซือหลิงนั้นเอง เป็นก่านหรูเยี่ยนที่พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ถ้างั้นพวกเรามาหาวิธีปลุกมันเถอะ!”
คำนี้ของก่านหรูเยี่ยนเห็นได้ชัดว่าปฏิเสธคำที่เค่อเอ๋อพูดกับเผิงไหลก่อนหน้าชัดเจน!
เพราะนั่นหมายความว่าก่านหรูเยี่ยนเองก็ไม่คิดไปไหนเหมือนเค่อเอ๋อ!
พอเห็นแบบนี้เค่อเอ๋อก็ได้แต่เผยยิ้มขื่นขมออกมา เพราะนิสัยของพี่สาวฝาแฝดนางดื้อรั้นเพียงใด ตัวนางเองก็ย่อมรู้ดี