“กล่าวได้ว่า…มันคือนายน้อยตำหนักเมฆาคราม! แล้วที่มันมาเข้าร่วมวังเซียนสัญจรของพวกเรา ก็สมควรมีแผนการบางอย่างแน่!!”
วาจาท้ายประโยคของศิษย์ลาดตระเวนคนนี้ เผยความคาดหมายอันน่ากลัวหนึ่ง
“หากเป็นเช่นนั้นจริง…มิใช่วังเซียนสัญจรของพวกเรามีสายลับของพวกมนุษย์เข้ามาแฝงตัวอยู่รึไร!?”
ศิษย์ลาดตระเวนอีกคนอดสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บไม่ได้ สีหน้าท่าทางยังเผยความหวาดกลัวออกมา
“เป็นไปได้อย่างยิ่ง!”
หวงเจิ้งกล่าวออกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ลูกตาของมันหดหยีลง คลี่ยิ้มขื่นขมกล่าวว่า “แล้วตอนนี้พวกเราจักทำอย่างไรกันดี ถึงแม้มัน 9 ใน 10 สมควรเป็นนายน้อยตำหนักเมฆาคราม…หากแต่อย่างไรตอนนี้มันก็มีตำแหน่งถึงรองจ้าววัง อาศัยคนฐานะต่ำต้อยอย่างพวกเราทั้ง 3 ข้าเกรงว่าคงมิมีผู้ใดเชื่อคำของพวกเราหรอก?”
“ไม่ได้การแล้ว! นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของวังเซียนสัญจรเราถึงแม้ว่าเสียงของพวกเรา 3 คนจักไร้น้ำหนัก แต่พวกเราก็ต้องเปิดโปงเรื่องนี้ออกไป!!”
ศิษย์ลาดตระเวนอีกคนกล่าวออกเสียงหนัก
“ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย อย่างไรพวกเราก็ต้องเปิดโปงออกไป! เป็นการดีที่สุดที่พวกเราจะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งให้ท่านจ้าววังล่วงรู้…เพราะตอนนี้ในวังเซียนสัญจรของพวกเรา ผู้ที่สามารถรับมือรองจ้าววังจอมปลอมนั่นได้มีเพียงท่านจ้าววังคนเดียวเท่านั้น!!”
ศิษย์ลาดตระเวนคนสุดท้ายก็กล่าวออกด้วยน้ำเสียงตึงเครียด