หลังจากนั้นศิษย์ลาดตระเวนทั้ง 3 ที่หารือกันอยู่อีกพักหนึ่ง ก็ตัดสินใจนำความนี้ไปแจ้งจ้างวังเซียนสัญจร
นั่นเพราะ 9 ใน 10 รองจ้าววังคนใหม่ของพวกมัน ก็คือนายน้อยตำหนักเมฆาคราม ต้วนหลิงเทียน ที่ได้ลอบแฝงตัวเข้ามาด้วยมีแผนการร้ายอะไรบางอย่างกับวังเซียนสัญจรของพวกมัน!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ทั้ง 3 ก็ไม่กล้ารอช้าอีก ละทิ้งหน้าที่ลาดตระเวนแล้วเร่งเหินร่างไปยังเขตที่พักของจ้าววังเซียนสัญจร อวี่เหวินฮ่าวเฉินทันที
หากแต่พวกมันก็ทำได้แค่หยุดลงหน้าเขตที่พักไกลๆเท่านั้น
นั่นเพราะพวกมันพึ่งเหินร่างมาถึงที่นี่ได้ไม่ทันไร ก็ถูกผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนหยุดขวางเอาไว้
“หวงเจิ้งพวกเจ้าทั้ง 3 ไฉนรีบร้อนมาที่นี่?”
ในฐานะผู้อาวุโสลาดตระเวนคนหนึ่ง มันย่อมจดจำหวงเจิ้งกับอีก 2 คนได้เป็นธรรมดา
“เรียนท่านผู้อาวุโสโหวเฟิง พวกเรามีเรื่องด่วนต้องเข้าพบท่านจ้าววังโดยเร็วที่สุด!”
ตอนนี้หวงเจิ้งย่อมตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ดี เช่นนั้นน้ำเสียงของมันจึงเผยความรีบร้อนไม่น้อย
“ช่วงนี้ท่านจ้าววังยังอยู่ในการปิดด่าน…”
อาวุโสลาดตระเวนชักหน้าเคร่งโบกมือพลางกล่าวเสียงหนัก “มิว่าจักเป็นเรื่องด่วนเพียงใด ก็จำต้องรอให้ท่านจ้าววังออกจากการปิดด่านเสียก่อนค่อยรายงาน!”