อยู่ๆศิษย์ในหน่วยคนหนึ่งพลันหยุดลง
ศิษย์ในหน่วยลาดตระเวนที่หยุดลง ก็มองไปรอยๆคล้ายตรวจสอบความเรียบร้อยตามปกติ ก่อนที่จะหันไปสนทนากับสหายในหน่วยด้านข้างด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ก็สงบเหมือนทุกที…จริงสิ ว่าแต่พวกเจ้าสองคนรู้จักตำหนักเมฆาครามหรือไม่?”
“หืม? ย่อมรู้สิ เจ้าถามทำไมรึ?”
ศิษย์ในหน่วยลาดตระเวนอีก 2 คนที่อยู่ข้างๆตอบคำมันทันที หนึ่งในนั้นยังกล่าววถามเสริมว่า “ไหนเลยพวกเราจะไม่รู้ได้เล่า? ก็ที่ตั้งเมืองเหรินโม่เชิ่งของพวกเรา ในอดีตมันก็เคยเป็นพื้นที่ของตำหนักเมฆาครามมาก่อนนี่นา เรียกว่าเผ่าปีศาจมนุษย์เราดั่งนกกางเขนที่มาชิงรังของพวกมัน”
“ว่าแต่เจ้านึกอีท่าไหน ไฉนอยู่ๆถึงพูดถึงตำหนักเมฆาครามขึ้นมาได้เล่า?”
ศิษย์ลาดตระเวนคนสุดท้ายกล่าวถามด้วยสงสัย
“ฮ่าๆ…ไม่มีใดหรอก ข้าเห็นที่ทางแล้วนึกขึ้นมาน่ะ ที่สำคัญเมื่อไม่นานมานี้ข้าก็พึ่งได้รับภาพเหมือนมาน่ะ เห็นว่าเป็นภาพเหมือนของนายน้อยตำหนักเมฆาคราม”
ศิษย์ลาดตระเวนคนแรกที่เกริ่นเรื่องนี้กล่าวออกด้วยรอยยิ้ม
“เอ๋ ภาพเหมือนของนายน้อยตำหนักเมฆาครามรึ?”
ได้ยินดังนั้นเหล่าศิษย์ลาดตระเวนอีกสองคนก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ
ต่อมาหนึ่งในนั้นก็กล่าวถามด้วยสงสัยว่า “นายน้อยตำหนักเมฆาครามนั่น หากข้าจำไม่ผิด…ใช่บังเอิญมีนามเหมือนกับท่านรองจ้าววังคนใหม่ของพวกเราหรือไม่?”
“อ่า ใช่เลยเป็นมัน!”
ศิษย์ลาดตระเวนที่เปิดประเด็นพยักหน้า