ขณะเดียวกันด้านผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสีชาด หลังได้ฟังคำถามด้วยสงสัย มันก็กล่าวออกมาด้วยคิ้วที่ยู่ย่นเป็นปม “และในที่สุดข้าก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้…”
“เจ้าคาดเดาว่าอย่างไรรึ?”
ได้ยินคำของผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสีชาด ผู้นำอีก 2 คนหันมาให้ความสนใจมัน และเป็นผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสายฟ้าที่เร่งถามออกไปด้วยความสงัสย
“ข้าเดาว่า…ความจริงเรื่องที่ยอดศาสตราเซียนอย่างตราผนึกมารนั้นถูกยอดฝีมือจากภูมิภาคเบื้องบนบุกลงมาช่วงชิงไปจากมือต้วนหลิงเทียนถึงตำหนักเมฆาคราม ล้วนมิใช่อะไรมากไปกว่าเรื่องลวง! เป็นตำหนักเมฆาครามที่จงใจเผยแพร่ข่าวลวงออกมาไม่ผิดแน่! ทั้งหมดเพื่อทำให้ยอดฝีมือในภูมิภาคทั้งหลายตัดใจ! ชักนำให้ทุกคนละความสนใจไปจากต้วนหลิงเทียน!!”
“เพราะหากตราผนึกมารอยู่กับต้วนหลิงเทียนหนึ่งวัน ต้วนหลิงเทียนก็ถูกยอดฝีมือมากมายจับตาดูเพิ่มอีกวัน…หากลำพังมีแค่ยอดฝีมือของภูมิภาคเบื้องล่าง ตำหนักเมฆาครามคงไม่กลัวอะไร แต่จากข่าวที่ได้ยินมา….ในปีนั้นกระทั่งยอดฝีมือจากขุมพลังต่างๆของภูมิภาคเบื้องบน ก็ส่งคนลงมาจับตาดูเพื่อเฝ้ารอโอกาสอีกด้วย…”
ผู้นำเผ่าปีศาจสุกรสีชาดกล่าวบอกเรื่องที่มันคาดคิดออกมา
และการคาดเดาของมัน ก็นับว่ามีเหตุผลรองรับไม่น้อย ทำให้อีก 2 ผู้นำเริ่มเชื่อว่าที่แท้เรื่องราวอาจเป็นแบบนี้จริงๆ
“เรื่องนี้เป็นไปได้สูงยิ่ง”
“สมควรเป็นเช่นเจ้าว่าจริงๆ”
ทั้งสองจึงพยักหน้ากล่าวรับคำด้วยเห็นชอบ
“ไม่สิ!”