หลังได้ยินคำยืนยันของต้วนหลิงเทียน ใจของหวงเหวินจิ้งก็สะท้านไปอย่างแรง ใบหน้างดงามแสนเย็นชาของนางไม่ทราบกลับกลายเป็นซีดเซียวทดท้อตั้งแต่เมื่อใด
“เจ้า…เจ้าไฉนไม่กล่าวเรื่องนี้แต่แรก!”
ครู่ต่อมา หวงเหวินจิ้งก็เงยหน้าขึ้นมามองถามต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าท่าทีราวกับจะเค้นถามคาดโทษ
ได้ยินน้ำเสียงที่แทบจะเป็นคำสั่งให้ตอบของหวงเหวินจิ้ง ต้วนหลิงเทียนก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถือสาอะไรนาง “ปีก่อนเจ้าไม่เคยถามข้าถึงเรื่องนี้ แล้วอยู่ดีๆข้าจะไปบอกเรื่องนี้กับเจ้าทำไม…”
ต้วนหลิงเทียนนั้นแม้จะรู้ผลลัพธ์อยู่แล้วก่อนพูดไป แต่พอเห็นหวงเหวินจิ้งเผยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
ตอนนี้ต่อให้เขาโง่งมแค่ไหน เขาก็รู้ได้ชัดเจนว่าได้เผลอทำร้ายสตรีนางนี้ไปอย่างไม่รู้ตัว…
“นั่นสินะ…เป็นข้าไม่เคยถามเจ้าเอง ไหนเลยเจ้าต้องบอกเรื่องนี้กับข้า…”
วาจาของต้วนหลิงเทียนเสมือนดาบแหลมคมเล่มหนึ่ง มันเจาะทะลวงเข้ากลางใจหวงเหวินจิ้งอย่างแรง พาลให้ร่างบางสะท้านไปอีกครั้ง ความเศร้าเริ่มปรากฏให้เห็นบนหน้างาม
จากนั้นร่างหวงเหวินจิ้งก็ไหววูบก่อนจะเหินร่างขึ้นฟ้าทิ้งต้วนหลิงเทียนเอาไว้เบื้องล่าง
“หวงฉี่หลิงเรื่อง ข้าฝากเรื่องมันให้เจ้าจัดการ”
ก่อนที่หวงเหวินจิ้งจะจากไป นางก็ส่งเสียงผ่านพลังไปสั่งหวงฉี่หลิง น้ำเสียงของนางหวนกลับมาเย็นชาอีกครั้ง