“อันที่จริง ข้ายังหวังว่าเจียงผิงอันจะชนะอยู่นะ ยามนี้ อันดับหนึ่ง ตั้งแต่ขอบเขตสร ้างรากฐานไปจนแปรเทวะมีแต่คนจากสามขุมก าลัง ใหญ่ หากมีคนนอกสักคนต้องน่าสนใจแน่ ๆ”
ขณะผู้อื่นประชัน ยังมีผู้คิดถึงเจียงผิงอัน และคาดการณ์อยู่ว่า เขาจะได้อันดับเท่าไหร่
นอกสถานพานักมหาจักรพรรดิ เมิ่งจิงนิ่วหน้าแง่งอน จับจ้อง กระท่อมไม้ในสุดอย่างกรุ่นเคือง
“เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็นนี่ ทาไมยังไม่ออกมาอีก ข้าจะทาให้เขา ตกใจสักหน่อย”
ในแผนคัดเลือกนี้ เมิ่งจิงก็มาเช่นกัน
ข้างกายนาง เหลยหลานลูบศีรษะน้อยของบุตรสาว “รีบไป ฝึกฝนเข้า หากเจ้าไม่ฝึกฝนหนัก เจ้าจะถูกเนตรเทวะสะท้อนลักษณ์ ก้าวข้ามได้นะ”
“เช่นนั้นข้าจะไปฝึกฝนกับพี่หญิงอวิ๋นหวง!” เมิ่งจิงแปรลักษณ์ เป็ นอัสนี พุ่งหายลับไป
ดวงตาของเหลยหลานทอประกายอ่อนโยน
อีกไม่นาน บุตรีก็จะก้าวข้ามนางได้แล้ว
สถานพ านักมหาจักรพรรดิ
เจียงผิงอันมองอีกร่างซึ่งเหมือนตนทุกประการตรงหน้าแล้ว ขมวดคิ้ว
หลังจากล้มเหลวไปหลายพันหน ใช ้เวลาครึ่งปี ในที่สุดอวตาร ร่างที่สามก็ก่อได้สาเร็จ
ทว่า มันไม่ได้แข็งแกร่งเช่นที่คิด และความสามารถในการกลืน กินก็อ่อนแอมาก
“หรือเป็ นเพราะไร้การฝึกฝน?”
เจียงผิงอันใช้กฎเกณฑ์คัดลอกโอสถกระจ่างแจ้งและโอสถเทียน เสวียนเพื่อพัฒนาพรสวรรค์ของอวตาร
ไม่อาจทราบว่าเป็ นเพราะร่างจริงได้ใช้โอสถกระจ่างแจ้งกับโอสถ เทียนเสวียนไปแล้วหรือไม่ พวกมันจึงไร ้ผลกับอวตารร่างนี้