ตอนนี้เองเค่อเอ๋อพลันหันไปมองซือหลิงพร้อมกล่าวออก
ต้วนซือหลิงก็ผละออกจากอ้อมอกต้วนหลิงเทียนอย่างไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ สองตากลมโตยังคล้ายจะเริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เมื่อพบว่าบิดาที่คิดถึงถูกมารดาพรากเข้าห้องไปเสียแล้ว
“ท่านป้า…”
อย่างไรก็ตามโลกของเด็กน้อยนั้นเรียบง่ายนัก เมื่อเห็นบิดามารดาหายเข้าห้องไป ความสนใจของต้วนซือหลิงก็เปลี่ยนไปทันที หันกลับมาให้ความสนใจก่านหรูเยี่ยนแทน
“เค่อเอ๋อ เจ้ามีอะไรหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนถามเค่อเอ๋อด้วยใบหน้าสงสัยทันทีที่ปิดประตูห้องหับ
“พี่เทียนข้าไม่ได้มีใด”
เค่อเอ๋อส่ายหัวไปมาค่อยยิ้มเจื่อนๆ “เมื่อครู่ข้าเห็นว่าพี่หญิงคล้ายใจเสีย ข้าจึงอยากให้ซือหลิงไปเล่นกับนาง…ตั้งแต่ซือหลิงเกิดมาพี่หญิงก็ดีกับซือหลิงมาก ยังเห็นซือหลิงไม่ต่างใดจากลูกสาวแท้ๆ”
“ข้าย่อมรู้ดี…ในสายตาของพี่หญิง ซือหลิงยังสำคัญกว่าตัวนางเองเสียอีก”
“เมื่อครู่ตอนที่ซือหลิงออกมาแล้วเรียกหาท่านเป็นคนแรก ข้าเห็นได้ชัดว่านางรู้สึกเสียใจนัก”
ในฐานะสตรีคนหนึ่ง บางเรื่องเค่อเอ๋อย่อมมีความละเอียดอ่อนกว่าต้วนหลิงเทียน
เรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนย่อมไม่อาจเทียบได้
“ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง”
ต้วนหลิงเทียนพอนึกขึ้นได้ ก็กล่าวโทษตัวเอง “ข้าไม่รู้ว่านางจะดีกับซือหลิงขนาดนี้…หากรู้แต่แรกข้าคงไม่แกล้งนางหรอก”
ด้วยเพราะก่านหรูเยี่ยนเคยพรากเค่อเอ๋อไปจากเขา ต้วนหลิงเทียนย่อมมีอคติกับนางเป็นธรรมดา