หลังเฝ้ารอด้วยความหวาดกลัว ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็เห็นว่าเมฆหายนะได้ก่อตัวแล้วเสร็จ
แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนไม่คิดหลบหนีไปที่ใดให้วุ่นวาย เพราะหากนี่เป็นหายนะทัณฑ์สวรรค์ที่เขาชักนำมาจริง ต่อให้จะทะยานไปสุดหล้าฟ้าเขียว เมฆหายนะเบื้องบนก็จะไล่ตามเขาไป
พยายามหนีให้ตาย ก็หนีไม่พ้น!
เช่นนั้นเขาก็ทำได้แค่เฝ้ารอให้หายนะมันก่อเกิดเท่านั้น!
หลังจากที่ทัณฑ์อัสนีเริ่มก่อตัว จำนวนเมฆดำทะมึนบนฟ้าก็ไม่เพิ่มขึ้นอีกต่อไป หากแต่ยามนี้สายฟ้าที่แลคล้ายงูหลามสีม่วงตัวเขื่องคล้ายจะทวีความเกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น
เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!
…
ขณะเดียวกันเสียงอัสนีฟาดผ่ารุนแรงอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็เริ่มดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้นทันทีที่สิ้นเสียงอัสนีฟาดผ่าอันถี่ราวประทัด…
‘มันมาแล้ว!!’
ราว 2 เค่อต่อมาต้วนหลิงเทียนที่ยังคงจับจ้องมองไปบนฟ้าอย่างไม่วางตา ลูกตาเขาก็เริ่มหดหยีลงเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงบนเมฆทะมึน
แทบจะทันทีที่เขาคิดจบ
หายนะทัณฑ์สวรรค์ที่ก่อตัวมานาน ในที่สุดก็เผยให้เห็นเขี้ยวเล็บเสียที!
เปรี๊ยงงง!!!
เสียงดังสะท้านแดนดินกระทั่งพาลให้ปฐพีสั่นไหว ก็สนั่นก้องลงมาจากนภาลัยเบื้องบนประหนึ่งเสียงคำรามของเทพเจ้าสายฟ้า!
ยามนี้ปฐพีโดยรอบสั่นสะท้านอย่างแรงประหนึ่งบังเกิดแผ่นดินไหว!
ซุ่มมมม!!