“ซือหลิง…ลูกมีอะไรหรือ?”
เป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่ต้วนหลิงเทียนแลเห็นลูกสาวตัวน้อยทำหน้าขึงขังจริงจังแบบนี้ เขาอดตกใจไปไม่ได้
ไม่รู้ว่าไฉนลูกสาวตัวน้อยถึงทำท่าแบบนี้
“ท่านพ่อ…ซือหลิงก็อยากบ่มเพาะพลังด้วย”
ต้วนซือหลิงเปิดปากจิ้มลิ้มกล่าวออก “ซือหลิงก็อยากมีชีวิตอมตะเหมือนกันจะได้อยู่ไปนานๆ ซือหลิงจะได้ไม่แก่แล้วตายก่อน ไม่งั้นท่านพ่อต้องเสียใจและเหงาแน่…ซือหลิงอยากอยู่กับท่านพ่อตลอดไป…”
ได้ยินคำของลูกน้อย ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจได้ทันที
ในขณะที่ในใจบังเกิดความอบอุ่น ต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มพลางพูดออกกมาว่า “ซือหลิงอยากบ่มเพาะพลัง พ่อไม่คัดค้าน…แต่เรื่องนี้พ่อต้องถามแม่ของลูกก่อน ว่าแม่ของลูกคัดค้านหรือไม่…ถ้าแม่ไม่ว่าอะไรพ่อจะสอนวิธีบ่มเพาะให้ดีหรือไม่?”
“ฮิๆท่านพ่อไม่รู้อะไรซะแล้ว! ท่านแม่ไม่ขัดข้องหรอก ซือหลิงไปขอท่านแม่มาแล้ว…ท่านแม่บอกว่ารอให้ท่านพ่อออกจากการปิดด่านก่อน แล้วจะให้ท่านพ่อเป็นคนสอนซือหลิง!”
ต้วนซือหลิงหัวเราะเสียงใส
“อ่าวเหรอ ถ้างั้นพวกเราไปหาแม่กัน”
ต้วนหลิงเทียนลูบหัวต้วนซือหลิงเบาๆ กล่าวออกด้วยทีท่าเอ็นดู
และแทบจะพร้อมกันกับที่เสียงกล่าวของต้วนหลิงเทียนดังจบคำ
“พี่เทียนท่านออกจากการปิดด่านแล้วหรือ?”
เสียงอ่อนโยนทั้งเต็มไปด้วยความประหลาดใจพลังดังขึ้นไม่ไกล ปรากฏร่างสตรีบางนางหนึ่งเดินออกจากห้องหับที่อยู่ติดกันกับห้องของต้วนหลิงเทียน
เป็นเค่อเอ๋อนั่นเอง