ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนโง่งม เรื่องนี้เขาย่อมเดาออกได้ง่ายดาย และยิ่งเดาเท่าไหร่ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวพลางฉีกยิ้มเจื่อนๆ
เขายังคิดไปอยู่เลยว่าถ้าหากอาวุโสอะไรนั่นมาดักรอเขาอยู่ที่นี่จริง เขาจะได้ลองของเสียหน่อย! ด้วยตอนนี้เขาอยากรู้นักว่าพลังอำนาจของปฐมเวทย์กลืนกินเมื่อใช้ออกจนเต็มอานุภาพมันจะให้ผลลัพธ์เลิศล้ำเพียงใด!!
อนิจจาไม่คิดเลยว่าจะถูกหวงเหวินจิ้งขัดคอไปเสียก่อน
“ช่างเถอะ ถึงตอนนี้ด้วยพลังที่ข้ามีจะไมได้กลัวอะไรพวกมัน…แต่ความหวังดีนี้ของเจ้าข้ารับไว้ด้วยใจ”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวพึมพำเบาๆ
สิ่งที่เขาพูดนั้น แน่นอนว่าสำหรับหวงเหวินจิ้ง
“หืม?”
ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนคล้ายสังเกตเห็นบางสิ่ง จึงหันหน้าไปมองสุดขอบฟ้าทางทิศเหนือทันที
ยังเป็นที่ตั้งของเมืองโม่เหรินเชิ่ง!
“ในที่สุดก็มีคนมา…”
ขณะกล่าวพึมพำเบาๆอีกครั้ง ร่างต้วนหลิงเทียนก็วูบหายไปในอากาศ
หลังจากที่ร่างต้วนหลิงเทียนวูบหายไปไม่นาน
ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม!
……
เสียงอากาศแตกระเบิดดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ปรากฏร่างกลุ่มคนมากมายพากันเหินมาจากทิศทางที่ตั้งเมืองเหรินโม่เชิ่ง และเพียงพริบตาร่างทั้งหลายก็มาหยุดลงเหนือน่านฟ้าป่าศิลา
คนเหล่านี้ที่ทยอยกันมาถึงแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม