หากแต่เขาก็ไม่สนจุดรอคอย เพียงแค่ทบทวนและตีความเรื่องเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้วยเหตุนี้ต้วนหลิงเทียนก็เรียกว่าอยู่ในภาวะลืมตัวตน ดำดิ่งสู่ภวังค์ฌาณ ตีความปฐมเวทย์กลืนกินอย่างใจจดจ่อ ไม่ทราบว่าสิ่งใดคือขีดจำกัดอีกต่อไป…
ยังถึงกับลืมเลือนเวลาไปแล้ว
รูปรสกลิ่นเสียงใดๆคล้ายไม่มีอยู่จริง คงเหลือเพียงการตีความปฐมเวทย์กลืนกินถ่ายเดียว
นอกจากนั้นในหัวก็ว่างเปล่าไร้สิ่งใด
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนนั่งลงบนแท่นศิลาเปิดใช้ถ้ำกาลเวลาเพื่อตีความปฐมเวทย์กลืนกินอย่างไม่รู้เวลานั้นเอง
ด้านนอกเหล่าปีศาจที่เตรียมตัวเข้าสู่มรดกสถานของปรมาจารย์จารึกเซียนระดับสวรค์ที่พวกมันรู้มา ก็เริ่มฟื้นคืนสติพวกมันกล่าวสนทนากันเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆทยอยกันเข้าสู่ป่าศิลาอย่างระวัง
จากเรื่องนี้สามารถบอกได้อย่างหนึ่ง…
เวลาที่ต้วนหลิงเทียนกับหวงเหวินจิ้งใช่ฝ่าบททดสอบจนมาถึงถ้ำกาลเวลา แม้จะเหมือนยาวนาน แต่ที่จริงแล้วแสนสั้นนัก!
“ไม่คิดเลยว่าในเผ่าพันธุ์ปีศาจมนุษย์จะมีรุ่นเยาว์ที่ทรงพลังอย่างร้ายกาจถึงขนาดนี้อยู่อีก เจ้านั่นมันร้ายถึงขั้นหวงเหวินจิ้งอัจฉริยะอันดับ 1 ของเผ่าปีศาจมนุษย์ยังสู้ไม่ได้!”
“รุ่นเยาว์อันใดกันเล่า เผลอๆมันอาจเป็นตัวประหลาดเฒ่าในคราบชายหนุ่มหน้าใสก็เป็นได้!”
อาจเป็นได้…”
……
ในขณะที่พวกกมันกำลังกล่าวถึงต้วนหลิงเทียนอยู่นั้น พวกมันก็ไม่ได้รู้เลย