และพอหันหลังกลับไปมองอย่างไม่รู้ตัว ทั้งคู่ก็พบว่าอสูรกายร้ายฝูงใหญ่ที่โถมเข้ามาอย่างไร้สิ้นสุด ก็ได้อันตรธานหายไปดื้อๆ ราวกับทั้งหมดทั้งมวลที่ทั้งคู่เคยพบเจอ เป็นเพียงมายาภาพฉากหนึ่ง…
“ยินดีต้อนรับชนรุ่นหลังสู้ถ้ำกาลเวลาของข้า…”
ทว่าก่อนที่ต้วนหลิงเทียนกับหวงเหวินจิ้งจะทันได้พักฟื้นฟูเอาเรี่ยวแรงอะไร เสียงหนึ่งก็ดังเข้าหูทั้งคู่
เสียงนี้ฟังแล้วช่างเก่าแก่ ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายคล้ายผ่านการเดินทางใช้ชีวิตมาอย่างยาวนาน…
“ถ้ำกาลเวลา…”
ถ้ำกาลเวลา?
นั่นคืออะไร?
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังตกตะลึง เสียงชราก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“หลังจากข้าออกจากถ้ำกาลเวลาแห่งนี้…ตัวข้าไม่เพียงเป็นปรมาจารย์จารึกเซียนระดับเทียมสวรรค์ แต่ยังเป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะที่เตรียมตัวขึ้นสู่แดนสวรรค์แล้ว…”
ต้วนหลิงเทียนถึงกับผงะไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้
ปรมาจารย์จารึกเซียนระดับเทียมสวรรค์
ไม่ใช่ปรมาจารย์จารึกเซียนระดับสวรรค์หรอกเหรอ?
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหวงเหวินจิ้งด้วยสายตาไถ่ถาม
“ก่อนหน้านี้เนื่องจากมีผู้คนมากมายค้นพบศาสตราพันอาคมเซียนมากมายถูกทิ้งไว้ทั่วดั่งสิ่งไร้ค่า ซึ่งตามหลักเหตุผลแล้วสมควรไม่มีปรมาจารย์จารึกเซียนระดับเทียมสวรรค์คนใด สามารถสร้างศาสตราพันอาคมเซียนได้มากมายถึงขนาดนั้น…จึงทำให้ทุกคนคาดเดากันไปว่าสถานที่แห่งนี้อาจจะเป็นมรดกสถานของปรมาจารย์จารึกเซียนระดับสวรรค์”