หลังกลับมาแล้ว สีหน้าหวงเหวินจิ้งก็คล้ายจะฉาบเคลือบไปด้วยม่านน้ำแข็งอีกครั้ง
นางเพียงมองหวงฉี่หลิงด้วยสายตาไม่แยแสคราหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร ร่างบางก็วูบหายเข้าไปในป่าศิลาเบื้องล่างเช่นกัน
“เรื่องราวกลายเป็นลุกลามใหญ่โตแล้ว…”
หลังเห็นสายตาเยียบเย็นที่จ้องมาของหวงเหวินจิ้ง หวงฉี่หลิงอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มเฝื่อนๆ แววตาฉายออกถึงความกังวลแจ่มชัด
3 นายน้อยสารเลวที่ต้วนหลิงเทียนพึ่งฆ่าไป ไม่ใช่ศิษย์ธรรมดาๆของวังเซียนสัญจร!
แต่ละคนล้วนมีภูมิหลังใหญ่โตในวังเซียนสัญจรทั้งสิ้น!
หากเป็นเพียงคนใดคนหนึ่งในนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่พอสามคนรวมกันเรื่องราวก็ใหญ่โตหนักหนาแล้วจริงๆ!
ในขณะที่หวงฉี่หลิงกำลังกังวลกับวนหลิงเทียน
วังเซียนสัญจรภายในเมืองเหรินโม่เชิ่ง ก็วุ่นวายไม่น้อย!
เพราะอยู่ๆไข่มุกวิญญาณ 3 ลูกกลับแตกลงในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ใคร! ใครที่มันกล้าฆ่าลูกชายข้า!?”
ภายในตำหนักหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่อย่างสันโดษของวังเซียนสัญจร ปรากฏเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังก้องไปทั่วตำหนัก!
เสียงดังก้องฟ้านี้ของมัน ยังมีอานุภาพพลังแฝงเร้นไม่ใช่ชั่ว ประตูหน้าต่างทั้งตำหนักถึงกับปิดเปิดอย่างแรง ข้าวของล้มระเนระนาด ตำหนักทั้งหลังสั่นสะเทือนจนราวกับพร้อมถล่มลงได้ทุกเวลา!
ตูมมมม!!
ทันใดนั้นพลันบังเกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมาจากห้องโถงหลักของตำหนัก ปรากฏร่างหนึ่งเหินทะเพดานห้องโถงขึ้นฟ้าไปอย่างดุร้าย!