หวงฉี่หลิงรู้สึกว่าต้วนหลิงเทียนนั้นช่างถ่อมตัวไม่โอ้อวดนัก
หลังจากเร่งความเร็วในการเดินทางไปสักพัก ไม่นานทั้งคู่ก็ไล่ตามปีศาจกลุ่มใหญ่ได้ทัน
“พวกเรามาถึงแล้ว…ที่นี่ล่ะ”
หลังจากนั้นไม่นานเมื่อต้วนหลิงเทียนเห็นกลุ่มปีศาจมากมายเบื้องหน้าหยุดร่างลง เสียงของหวงฉี่หลิงก็ดังขึ้นพอดี ทำให้เขามองจ้องไปยังด้านหน้าทันที
เบื้องหน้าตอนนี้เป็นป่าศิลา
ในป่าศิลาดังกล่าวมีหินรูปทรงแปลกประหลาดเรียงรายระเกะระกะมากมาย บ้างก็สูงไม่กี่หมี่ บ้างก็สูงใหญ่หลายสิบหลายร้อยหมี่
กระทั่งยังมีหินสูงนับพันหมี่ตั้งตระหง่านปานไม้ใหญ่
และตอนนี้เหล่าปีศาจมากมายที่หยุดร่างลง ก็เริ่มทยอยกันหายเข้าไปในป่าศิลา ทั้งหมดดั่งหินร่วงหล่นทะเล จมหายไปในพริบตา ยังคล้ายระลอกคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่าที่สลายหายไปยามซัดถึงริมหาดอยู่บ้าง
“มันอยู่ด้านในป่าศิลาหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนหันไปมองถามหวงฉี่หลิง
“น่าจะ…ข้าได้ยินมาเช่นนั้น”
หวงฉี่หลิงพยักหน้า ค่อยกล่าวด้วยสองตาลุกวาว “ไป! พวกเราตามพวกมันไปกันเถอะ!!”
“ไป”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำ
ทว่าในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังจะเข้าสู่ป่าศิลาพร้อมกันกับหวงฉี่หลิงนั้นเอง
พลันมีเสียงหัวเราะด้วยความขบขันดังก้องฟ้ามาแต่ไกลจากด้านหลัง
“เฮ่ๆๆ นั่นมิใช่นายน้อยหวงฉี่หลิงหรือไร!?”
“อัยยะ! อาศัยพลังฝึกปรืออ่อนด้อยของเจ้ายังมีหน้ามาที่นี่อีกรึ?”