ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่รู้สึกเป็นศัตรูกับหวงฉี่หลิงแต่อย่างไร แถมอีกฝ่ายก็แลดูมากอัธยาศัย ไร้กลิ่นอายชั่วร้ายจากการบ่มเพาะพลังอย่างไร้มนุษย์ธรรมอะไร เขาจึงไม่ได้ขัดข้องข้อเสนออีกฝ่าย
ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้หวงฉี่หลิงคิดไม่ซืออะไร เขาก็ไม่ได้กลัวมันสักนิด!
นั่นเพราะตอนที่ตรวจสอบสายเลือดอีกฝ่าย เนตรเทวะของเขาก็ตรวจพบได้ไม่ยากว่ามันเป็นแค่เซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนเท่านั้น ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรกับเขาแม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้ต้วนหลิงเทียนจึงมีผู้ร่วมเดินทางอีก 1 คน
ระหว่างทางหวงฉี่หลิงก็พูดจ้อเรื่องราวไม่หยุด เห็นชัดว่ามันเป็นคนประเภทเดียวกันกับหนานกงยี่ ที่ชมชอบพูดน้ำไหลไฟดับไปเรื่อย…
และด้วยเรื่องราวที่หวงฉี่หลิงเล่าไปเรื่อยเปื่อย ทั้งพยายามอวดอ้างสรรพคุณข้อดีของการเข้าร่วมวังเซียนสัญจร ต้วนหลิงเทียนจึงได้รู้เรื่องราวของวังเซียนสัญจรต้นสังกัดของหวงฉี่หลิงเพิ่มขึ้นไม่น้อย แน่นอนว่าที่มันพ่นข้อดีออกมามากมายเหตุผลก็เพื่อจะโน้มน้าวเขาให้เข้าร่วม…
มันกระทั่งยังถามว่าต้วนหลิงเทียนมาจากไหน แล้วเอาตัวรอดมาได้อย่างไร
ต้วนหลิงเทียนก็เพียงบอกไปว่าตนเองเป็นผู้ฝึกมารอิสระ หลังครอบครัวถูกไล่ฆ่าตายหมด ก็ปลีกวิเวกเก็บตัวบ่มเพาะอย่างสันโดษมาโดยตลอด
เรื่องนี้พอดีตรงกับการคาดเดาของหวงฉี่หลิงแต่แรก มันจึงไม่สงสัยอะไร