“อ่า…ก็นับว่ามีปัญหาจริงๆนั่นล่ะ”
ต้วนหลิงเทียนพลันหยุดร่างลงกลางฟ้า แล้วนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง
ครู่ต่อมาสองตาพลันทอประกายเรืองวูบ ด้วยมีความคิดหนึ่งแล่นวาบขึ้นในใจ “ข้าพอมีวิธีแล้ว…แต่ต้องทดลองดูก่อนว่ามันจะใช้ได้ผลรึเปล่า”
“วิธีการอันใดรึ?”
สองตากลมใสของก่านหรูเยี่ยนเบิกกว้างทอประกายวิบวับ เค่อเอ๋อเองก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยความชื่นชม ราวกับเห็นสามีของนางเป็นแบบอย่าง…
“เดี๋ยวเจ้าก็รู้…”
ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ตอบออกมาให้ชัดเจน เพียงใช้พลังหอบหิ้วร่างสตรีทั้ง 2 แล้วเหินร่างเบี่ยงไปจากทิศทางประตูเมือง มุ่งหน้าไปยังบริเวณที่มีการสัญจรไปมาบางตา…
“เอาเจ้านั่นแล้วกัน!”
หลังจากพาทั้งหมดมายังพื้นที่ๆค่อนข้างเปลี่ยวจนยากจะแลเห็นใครผ่านไปมา ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวออกมาพร้อมตาลุกวาว เมื่อเห็นร่างหนึ่งเหินออกจากเมืองที่พวกปีศาจสร้างขึ้นแล้วผ่านมาทางนี้เพียงลำพัง…
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เสียงแหวกสายลมผ่าอากาศดังขึ้น 3 เสียง ทำให้ปีศาจในคราบมนุษย์ที่เหินร่างมาเพียงลำพังตระหนักถึงการมาของร่าง 3 ร่างทันที
และเมื่อตระหนักได้ถึงความเร็วของ 3 ร่างที่พุ่งเข้ามาหามัน หน้ามันก็เปลี่ยนสีไปใหญ่หลวง
วูบ! วูบ! วูบ!
พริบตาเดียวกันกับที่สีหน้าของปีศาจในคราบมนุษย์ผู้นี้เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ร่างพวกต้วนหลิงเทียนทั้ง 3 ก็หยุดลงตรงเบื้องหน้ามันเสียแล้ว แถมต้วนหลิงเทียนยังมองมันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยตาลุกวาว…