“ให้ตายเถอะ…พวกเรางมหากันอยู่นานแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของพลองธัมมะ…สงสัยในบรรดาท่านผู้พิทักษ์ทั้ง 4 คงมีคนใดที่พบเจอและเก็บมันไปแล้วแน่ๆ”
ทันใดนั้นอาวุโสเพลิงทองคนหนึ่งพลันกล่าวคาดเดาออกมา
“อาจเป็นได้…ท่านผู้พิทักษ์ทั้ง 4 เร็วกว่าพวกเรามาก และพวกเราก็ไม่พบเจอพวกท่านเลยตลอดทาง…9 ใน 10 ไม่พ้นยอดศาสตราเซียนพลองธัมมะคงตกไปอยู่ในมือท่านใดสักท่านแล้วล่ะ”
อาวุโสเพลิงทองอีกคนพยักหน้า กล่าววาจาเห็นด้วยกับอาวุโสคนก่อน
“โอย ท่านผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ก็จริงๆเลย เจอพลองธัมมะแล้วก็น่าจะบอกพวกเรากันบ้าง…เงียบไปเช่นนี้พวกเราก็หากันไปเถอะ! วิ่งวุ่นหากันราวตัวโง่งมแต่สุดท้ายก็ไม่เจออะไร…”
วาจากล่าวบ่นนี้ของมัน ยังนับว่าโดนใจใครหลายคนๆ
กระทั่งรองจ้าวลัทธิทั้ง 2 เองก็เห็นด้วย
“แต่ไม่รู้ว่าท่านผู้พิทักษ์คนใดจะโชคดีได้รับพลองธัมมะไป…”
หลังเหินร่างกันกลับมาถึงเขตแท่นบูชาพยัคฆ์ขาว อาวุโสเพลิงทองอีกคนก็ถามเปิดประเด็นขึ้นมา
ทันใดนั้น อาวุโสทั้งหลายที่เหินมาตามๆกันก็เริ่มทยอยกันออกความเห็น “ข้าว่าไม่พ้นท่านผู้พิทักษ์สื่อเฟิง!”
“นั่นสิ ข้าก็คิดว่าสมควรเป็นท่านผู้พิทักษ์สื่อเฟิง! สุดท้ายแล้วหากไม่นับผู้พิทักษ์หลิงเทียน ในบรรดาคนที่เหลือ ผู้พิทักษ์สื่อเฟิงก็ร้ายกาจที่สุด พลองธัมมะไม่พ้นอยู่ในมือท่านแล้วล่ะ…”