“ข้ากลับไม่คิดแบบนั้นนะ…ถึงแม้ผู้พิทักษ์สื่อเฟิงจะร้ายกาจที่สุด ทำให้มีความเร็วสูงสุดจึงได้เปรียบผู้อื่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้โชคดีพบพลองธัมมะ เพราะอย่างไรของแบบนี้ก็อยู่ที่ว่าใครโชคดีกว่ากัน”
“จะว่าแบบนั้นมันก็ใช่”
……
แม้พวกมันจะคาดว่าพลองธัมมะสมควรอยู่ในมือ 1 ใน 4 ผู้พิทักษ์ แต่ความเป็นจริงพลองธัมมะใช่อยู่ในมือของ 4 ผู้พิทักษ์แน่หรือ?
คำตอบก็คือ ไม่ เป็นธรรมดา!
ผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ที่เร่งรุดเหินร่างออกไปตามหาพลองธัมมะที่หลุดมือเหาฉ่วงไปนั้น แม้จะบินว่อนปูพรมค้นหาอยู่นานแต่ก็ไม่มีใครพบพลองธัมมะสักคน!
พวกมันถึงกับสงสัยกันว่าใช่เหาฉ่วงวกกลับมาเก็บพลองธัมมะกลับไปแต่แรกแล้วหรือไม่…เพราะอย่างไรเหาฉ่วงก็ได้เปรียบตรงที่สามารถระบุตำแหน่งพลองธัมมะได้ชัดเจนจากพันธะสัญญา!
สุดท้ายพวกมันก็ได้แต่กลับมามือเปล่า
หลังจากที่พวกมันกลับมาถึงเขตแท่นบูชาพยัคฆ์ขาว พวกมันก็ได้ยินเสียงเหล่าศิษย์พูดคุยกันถึงเรื่องที่มีคนสู้กันใหญ่โตที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
“หือ? มีคนสู้กันในดินแดนศักดิ์สิทธิ์หรือ?”
พอได้ฟังทั้งหมดก็ชักหน้าเครียด พากันคิดไปว่าไม่พ้นถังซวนที่สู้กันจนลุกลามไปถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์!
ทั้งหมดจึงเร่งรุดเดินทางกกลับดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่กล้ารอช้า