“อย่างไรก็ตามพลังของเซียนสวรรค์ 8 เปลี่ยนนับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ สามารถทำให้วิญญาณสามารถออกจากร่างได้ กระทั่งยังละทิ้งร่างออกมาได้โดยไม่สูญสลายไปท่ามกลางสวรรค์และโลก…กล่าวไปก็นับว่าฝืนฟ้าไม่น้อย เพราะนี่เสมือนวิธีเอาชีวิตรอดอีกวิธีหนึ่ง”
ในขณะที่ย้อนกลับไปลัทธิบูชาไฟ ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหาฉ่วงที่ถอดจิตลี้ร่าง และนี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอะไรแบบนี้กับตาจึงอดไม่ได้ที่จะตกใจอยู่บ้าง
ตอนนั้นเขาได้ทุ่มพลังทั้งหมดไว้ในกระบี่นิลสวรรค์ที่ใช้สังหารร่างของเหาฉ่วงไปแล้ว
เช่นนั้นแม้จะฆ่าร่างกายของเหาฉ่วงได้ แต่สำหรับวิญญาณที่ละทิ้งร่างหลบหนีออกมา เขาก็ได้แต่มองดูเท่านั้น ไม่มีพลังเหลือจะไล่ตามได้ทัน
หาไม่แล้วเขาก็ไม่คิดปล่อยให้เหาฉ่วงรอดชีวิตไปได้
เขารู้ดีว่าการตัดหญ้านั้น…หากไม่ถอนรากถอนโคน เมื่อลมฤดูใบไม้ผลิพัดมาอีกครั้งมันก็จะงอกเงยขึ้นมาใหม่!
ขณะเดินทางกลับลัทธิ พลังเซียนสุริยันต้นกำเนิดของต้วนหลิงเทียนก็ค่อยๆฟื้นฟูกลับมาบางส่วน ทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานก็กลับมาถึงน่านฟ้าแท่นบูชาพยัคฆ์ขาว
“เป็นท่านผู้พิทักษ์หลิงเทียน!”
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกลับมาถึง เขาก็ถูกอาวุโสที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนพบตัวทันที
แต่แน่นอนว่าพวกมันไม่มีใครกล้าหยุดต้วนหลิงเทียนเหมือนครั้งล่าสุดที่ต้วนหลิงเทียนกลับมาถึงลัทธิบูชาไฟอีกแล้ว