“ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าลัทธิอารามทมิฬเองก็รู้ดี…”
เป็นเขามองไปยังกลุ่มคนของลัทธิอารามทมิฬ และค่อยๆกล่าวออกมาเสียงเรียบว่า “ว่าตอนนี้เผ่าพันธุ์ปีศาจจะบุกรุกขึ้นมายังภูมิภาคเบื้องบนตอนไหนก็ไม่มีใครบอกได้! ข้าเองก็ไม่ได้อยากเป็นคนบาปของมนุษย์อะไร จึงไม่คิดฆ่ายอดฝีมือมนุษย์ด้วยกัน…เช่นนั้นข้าจึงแค่ฆ่าร่างเนื้อของเหาฉ่วงทิ้งไปเสียเป็นการสั่งสอนบทเรียนให้มันหลาบจำเท่านั้น ไม่ได้ทำลายวิญญาณของมันทิ้ง…”
“เรื่องนี้พวกเจ้าคงเห็นกับตา และคงไม่โทษว่าข้าเป็นคนบาปอะไรในภายหลัง…”
“อ่อจริงสิ…จะว่าไปเมื่อครู่ไม่ทราบพวกเจ้าได้ยินวาจาทิ้งท้ายก่อนที่มันจะหนีไปหรือไม่? ข้าฟังๆแล้วดูเหมือนมันจะเคียดแค้นลัทธิอารามทมิฬของพวกเจ้าไม่น้อยเลยทีเดียว! ไม่รู้ว่าวันหน้าหลังมันฟื้นฟูกลับมาจะไปหาความอะไรจากพวกเจ้ารึเปล่า…”
กล่าวถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็กวาดตามองคนของลัทธิอารามทมิฬทุกคนด้วยสายตาขบขัน มุมปากยังยกยิ้มแสยะ
และทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าววจบ สีหน้าท่าทีของคนลัทธิอารามทมิฬก็เปลี่ยนไปทันที
ตอนแรกคนของลัทธิอารามทมิฬยังสงสัยและไม่เข้าใจอยู่บ้าง
ว่าไฉนต้วนหลิงเทียนถึงไม่ใช้โอกาสหลังจากกที่เอาชนะเหาฉ่วงได้แล้ว ทำลายวิญญาณเหาฉ่วงทิ้งเสีย
เพราะสุดท้ายแล้วคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับต้วนหลิงเทียนที่สำแดงพลังทำลายระดับนั้นออกมาได้ จะลงมือส่งๆอีกสักครั้งเพื่อทำลายวิญญาณของเหาฉ่วงทิ้ง…