การเผลอขมวดคิ้วไปอย่างไม่รู้ตัวของต้วนหลิงเทียน ย่อมไม่รอดพ้นสายตาของเหาฉ่วง มันถึงกับยิ้มอย่างมีชัยพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียนว่า “อันใดกันต้วนหลิงเทียน…เจ้าแปลกใจมากนักหรือที่ข้ามียอดศาสตราเซียนอยู่ในมือ ทั้งยังเป็นยอดศาสตราเซียนที่มีพลังเหนือกว่าตราผนึกมารของเจ้า! เพราะยอดศาสตราเซียนของข้าสามารถใช้ในการต่อสู้ได้จริง!!”
“ข้าก็แค่ประหลาดใจเล็กน้อย”
ตอนนี้เองสีหน้าต้วนหลิงเทียนค่อยหวนคืนสู่ความสงบ หากแต่พลังเซียนสุริยันที่ปะทุท่วมร่างดั่งเพลิงไฟ ยังคงลุกโชนไปด้วยพลังอำนาจพร้อมลงมือได้ตลอดเวลา
“วันนี้หากข้าเหาฉ่วงเป็นผู้ฝึกมารคนหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนเจ้ายังคงพอมีโอกาสเอาชนะข้าได้หากใช้ตราผนึกมาร…น่าเสียดายที่ข้าดันมิใช่ผู้ฝึกมาร!”
เหาฉ่วงแสยะยิ้มอย่างมีชัย กล่าววาจาเสียดสีออกมาอีกรอบ
ตราผนึกมารนั้นเป็นดาวข่มผู้ฝึกมารทั้งมวล อนิจจาสำหรับมัน เหาฉ่วง ไร้ประโยชน์นัก!
“ตอนนี้เจ้ามีลมอันใดคิดผายก็ผายออกมาตามสะดวกเถอะ…”
ต่อหน้าเหาฉ่วงที่กล่าววาจาเสียดสีด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ต้วนหลิงเทียนเพียงกล่าวคำออกไปด้วยน้ำเสียงคล้ายเบื้อหน่ายรำคาญด้วยสีหน้าเฉยเมย “เพราะหลังจากผ่านไปอีก 3 ลมหายใจ…ข้าจะลงมือจบเรื่องแล้ว”
“ยังจะปากดีไม่เลิก! คิดว่ามีปัญญาก็มาเถอะ!!”