บทที่ 36 เชื่อก็มี ไม่เชื่อก็ไม่มี
เมื่อเห็นบรรยากาศเคร่งเครียด เฝ่ยชิงรั่วหันมองเฝ่ยไป๋ลู่ และกล่าวอย่างจริงจัง “มีใครจะไม่รู้ว่าพี่น้องตระกูลเวินสนิทกันมากขนาดไหน เธอไม่เพียงแช่งคุณเวินว่าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสามวันเท่านั้น แต่ยังต้องการทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความบาดหมางระหว่างพี่น้องอีก ต่อให้จะเป็นเรื่องล้อเล่น คนฟังก็รับไม่ได้”
เมื่อเวินโจวได้ยินคำพูดของเฝ่ยชิงรั่ว ชายหนุ่มก็นึกถึงความรักที่ลูกพี่ลูกน้องของเขามีต่อตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
เขาที่เกิดสงสัยในตัวอีกฝ่ายเพียงเพราะได้ฟังคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่ ในใจของเวินโจวจึงรู้สึกผิด จนเกิดเป็นความลำบากใจ
“พี่ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะ…”
เวินหมินพ่นลมทางจมูกด้วยความโกรธขึ้ง
เฝ่ยชิงรั่วรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง แต่สีหน้ากับท่าทางที่แสดงออกกลับเป็นการกล่าวตักเตือนอย่างหวังดี “เธอรีบขอโทษพวกเขาเสีย ถ้าเธออธิบายให้ชัดเจนว่าเธอแค่ล้อเล่น พวกเขาที่เป็นผู้ใหญ่ย่อมไม่ถือสาผู้น้อย*[1] และให้อภัยเธอ”
ถ้ายอมรับว่าล้อเล่น จะไม่เป็นการตบหน้าตัวเองเหรอ?
แล้วใครคือผู้น้อยกัน?
ถ้าพูดดี ๆ ไม่ได้ก็อย่าพูดเลย
เฝ่ยไป๋ลู่ยกมือขึ้นเล็กน้อย ก่อนคาถาที่มองไม่เห็นจะพุ่งโจมตีใส่ร่างเฝ่ยชิงรั่ว
หลังโจมตีอีกฝ่ายแล้ว หญิงสาวก็ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบสบายใจ ก่อนจะผินหน้าไปมองเวินโจว “ฉันไม่ได้ล้อเล่น ถ้าคุณเชื่อว่ามีมันก็มี แต่ถ้าไม่เชื่อว่ามี มันก็ไม่มี”
คิ้วของชายหนุ