ากการบอกว่า ‘คุณใกล้จะตายแล้ว ถ้ายังไม่อยากตายก็ซื้อเครื่องลาง (ปลอม) จากเราซะสิ’ ด้วยสีหน้าที่จริงจังเสียยิ่งกว่าจริงจัง
แบบนี้เขาเรียกทำนายดวงชะตาที่ไหน มันแช่งกันชัด ๆ!
ขณะที่พ่อลูกตระกูลเวินกำลังซุบซิบกันว่าจะขับไล่เฝ่ยไป๋ลู่ออกไปได้อย่างไร เวินสือเหนียนก็ควักโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความ [คุณขายเครื่องรางหรือเปล่าครับ? ไม่ทราบว่าคนแซ่เวินขอซื้อมันในราคาสูงหน่อยได้ไหม?]
เฝ่ยไป๋ลู่เลิกคิ้วหลังจากได้รับข้อความ เวินสือเหนียนคนนี้ช่างแตกต่างกับพวกครอบครัวเวินเมื่อครู่เหลือเกิน และจะว่าไปก็ต่างจากคนอื่นที่เธอเคยเจอดด้วย
ทันทีที่คนอื่นรู้ว่าเธออายุยังน้อย พวกเขาก็ด่วนสรุปไปว่าความสามารถของเธอยังไม่ถึงขั้น และถึงจะเชื่อเธอ พวกเขาเหล่านั้นก็มักจะยังลังเลใจอยู่เล็กน้อย
แต่ดูเหมือนจะมีเพียงเวินสือเหนียนเท่านั้นที่เชื่อในความสามารถของเธอตั้งแต่แรก ชายหนุ่มขอให้เธอช่วยดูดวงด้วยราคาสูงลิ่ว จากนั้นก็ขอซื้อเครื่องรางในราคาสูงอีก ราวกับไม่กลัวโดนเธอหลอกเลย
ถือว่าตามีแวว!
เฝ่ยไป๋ลู่คิดว่า เครื่องรางบางชิ้นที่เธอทำไว้เมื่อไม่นานนี้เหมาะกับชายผู้โชคร้ายที่ถูกยืมโชคไป เธอจึงตอบเขา [ได้สิคะ ฉันจะขายมันให้คุณตอนคุณมาที่เมืองเจียง]
เธอต้องใช้พลังวิญญาณจำนวนมากในการร่ายคาถา และในตอนนี้ยังไม่สามารถไปเมืองหลวงได้จึงทำได้เพียงรอให้อีกฝ่ายมาที่เมืองเจียงเท่านั้น
ทว่าเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ของอีกฝ่าย เธอค