หลังจากที่เหลิ่งอิงจากไป สายตาต้วนหลิงเทียนก็เบนไปตกยังร่างเจียงฉินอีกครั้ง ก่อนที่จะเรียกชื่อมันออกมาเสียงดัง
ด้านเจียงฉินได้ยินดังนั้นก็หวาดกลัวจนตัวสั่น หน้ามันซีดลงแทบไร้สีเลือด มันไม่ทราบจริงๆว่าไฉนดาวมฤตยูดวงนี้ถึงได้เรียกชื่อมัน? อีกฝ่ายคิดทำอะไรมันกันแน่?
ในใจมันได้แต่ลอบภาวนาอธิษฐานให้ตัวเอง…
หวังว่าดาวมฤตยูดวงนี้จะทุบตีมันเบาๆพอหอมปากหอมคอ
มันทำใจเตรียมพร้อมรับการทุบตีเรียบร้อย…
อย่างไรก็ตามวินาทีต่อมามันก็พบว่าเป็นมันคิดมากไปเอง อีกฝ่ายไม่ได้คิดจะทำร้ายมันแต่จากสายตาไม่พ้นคิดจะใช้มันทำงานอะไรบางอย่าง
“ข้าอยากพบก่านหรูเยี่ยน”
ต้วนหลิงเทียนที่มองเจียงฉินอย่างเฉยเมย พลันกล่าวออกเบาๆ ด้วยน้ำเสียงไม่อนุญาตให้ขัดใจ
“ก่านหรูเยี่ยน?”
ได้ยินคำสั่งของต้วนหลิงเทียน ลูกตาเจียงฉินก็หดเล็กลงทันใด จากนั้นมันก็ถามออกมาอย่างไม่รู้ตัว “เจ้า…เจ้ารู้จักก่านหรูเยี่ยนด้วยหรือ?”
“นางเป็นสหายข้า”
ต้วนหลิงเทียนมองจ้องเจียงฉินเขม็งพลางกล่าว
ทันใดนั้น เจียงฉินคล้ายถูกอัสนีฟาดผ่า คนนิ่งอึ้งไปทันใด
ต้วนหลิงเทียนคนนี้ ที่แท้เป็นสหายกับก่านหรูเยี่ยนงั้นเหรอ!?
มาตอนนี้…
มันพลันตระหนักได้ทันทีว่า…ไม่พ้น 9 ใน 10 ส่วนที่ต้วนหลิงเทียนทุบตีทำร้ายมันก่อนหน้า ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเห็นหน้ามันแล้วขัดใจขวางหูขวางตาอะไรหรอก! แต่เป็นเพราะมันเป็นคนที่จับก่านหรูเยี่ยนไปขังในหอคุมกฏ!!