ขณะเดียวกันจ้าวหอคุมกฏ เหลิ่งอิง ที่ลอยร่างด้วยสีหน้าซีดเซียวสภาพย่ำแย่ อดไม่ได้ที่จะหน้าถอดสีเมื่อได้ยินวาจาของต้วนหลิงเทียน มันมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาจริงจังกล่าวออกเสียงเข้ม
“ข้ายอมรับว่าข้าสู้เจ้าไม่ได้…แต่เจ้าคิดว่าอาศัยกำลังของเจ้าเพียงคนเดียวมากพอจะไม่เห็นหัวลัทธิบูชาไฟหรือไร…คิดว่าลัทธิบูชาไฟไร้ผู้ใดจัดการเจ้าได้?”
“อีกทั้งเจ้าก่อเรื่องถึงขนาดนี้ หรือไม่กลัวท่านจ้าวลัทธิเอาเรื่องเจ้า?”
วาจาท้ายประโยค เหลิ่งอิง เลือกจะยกอ้างจ้าวลัทธิบูชาไฟออกมา เพราะอย่างไรนั่นก็คือตัวตนขอบเขตเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยน เปลี่ยนสู่เซียนอมตะ! มันหวังว่าต้วนหลิงเทียนจะกริ่งเกรงและยอมรามือ!!
“คิดหนีงั้นเหรอ?”
ทว่าแทบจะพร้อมกันกับที่เหลิ่งอิงกล่าวจบคำ โดยที่ต้วนหลิงเทียนไม่ทันได้ตอบอะไร เขาพลันพบว่ารองจ้าวหอคุมกฏ ต่งหยวนจิ้น กำลังเหินร่างจากไปอย่างรีบร้อน! ท่าทางมันคิดหนีไม่ผิดแน่!!
ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนก็สะบัดปีกอีกาทองคำที่ยังไม่ทันได้ยกเลิก
ซู่มมม!!
ต่อมาร่างต้วนหลิงเทียนคล้ายแปรเปลี่ยนไปเป็นสายลมหอบหนึ่ง พัดกรรโชกกไปดักขวางอยู่เบื้องหน้าต่งหยวนจิ้นในพริบตา!
เมื่อต่งหยวนจิ้นเห็นต้วนหลิงเทียนวูบร่างมาขวางทาง หน้ามันก็เปลี่ยนสีไปทันที ต้วนหลิงเทียนที่เห็นดังนั้นก็กล่าวออกมาเสียงเรียบว่า “ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่เจ้ายึดถือจ้าวหอเหลิ่งว่าเป็นฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายหรือไง ตอนนี้เจ้าว่าอย่างไรเล่า?”