ทันใดนั้นเองต่งหยวนจิ้นพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นปานคุ้มคลั่ง ยังหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังไปพักหนึ่ง
หลังจากที่หยุดหัวเราะ สายตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนก็เย็นชาเหลือเกิน
“ต้วนหลิงเทียน…เจ้าเชื่อหรือไม่? ว่าต่อให้เจ้าจะเป็นคนที่ท่านจ้าวลัทธิเชิญกลับมาด้วยตัวเอง แต่ข้าก็ยังมีสิทธิ์จับเจ้าเข้าห้องลงทัณฑ์ของหอคุมกฏ…ทั้งยังจะสามารถลงทัณฑ์เจ้าได้ทุกรูปแบบ ให้เจ้าได้รู้สึกเสมือนอยู่ไม่สู้ตาย!?”
กล่าวถึงท้ายประโยคเสียงของต่งหยวนจิ้นก็เย็นยะเยือกนัก ยามดังเข้าหูผู้คนโดยรอบ ยังทำให้ทุกคนรู้สึกเสมือนอุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงหลายองศา!
นอกจากนั้นพวกมันยังสัมผัสได้ถึงโทสะของต่งหยวนจิ้นชัดเจน
และในขณะที่สายตาของทุกคนหันไปจับจ้องมองร่างต้วนหลิงเทียน ด้วยอยากรู้ว่าต้วนหลิงเทียนจะตอบสนองต่งหยวนจิ้นอย่างไรนั้นเอง
“โทษที…แต่พอดีข้าไม่เชื่อ”
ภายใต้ทุกสายตา ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยเมยไร้แยแส ท่วงท่าแลดูสงบใจเย็นไม่แปรเปลี่ยน
ในขณะที่ต่งหยวนจิ้นกำลังมีโมโหเพราะคำตอบนี้จนใบหน้าเปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์ปั้นยาก ต้วนหลิงเทียนพลันกล่าวสืบต่อออกมาอีกว่า “อ่อ ข้ายังจำได้ ดูเหมือนตอนมาเจ้ายังถามข้าอีกเรื่องด้วยนี่?”
“ถ้างั้นตอนนี้ข้าตอบให้เจ้าฟังเลยแล้วกัน ต่อหน้าลูกชายเจ้าต่งหลินข้าไม่ต้องการป้ายเว้นโทษตายต่อหน้าเจ้าต่งหยวนจิ้น ข้าเองก็ไม่ต้องใช้ป้ายอาญาสิทธิ์ละเว้นโทษตายอะไรเช่นกัน!”