นอกจากนั้นมันยังรู้สึกว่าเสียงนี้คลับคล้ายคลับคลานัก ราวกับมันเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน แต่มันยังไม่อาจนึกได้ออก
ขณะเดียวกัน คนอื่นๆที่อยู่ในหุบเขาแห่งนี้ก็ตื่นตระหนกตกใจเช่นกัน
“ผู้ใดหาญกล้ามาสร้างปัญาหาที่หอคุมกฏเรา!”
“ฟังจากเสียงตะโกนดุร้ายนั่นแล้ว สมควรเป็นศัตรูของท่านรองจ้าวหอต่ง…แต่ศัตรูของรองจ้าวหอต่งผู้นี้ใช่ขวัญกล้าไปหรือไม่! ถึงกับกล้าล่วงเกินชนชั้นรองจ้าวหอคุมกฏของลัทธิบูชาไฟถึงเพียงนี้ กระทั่งยังสั่งให้รองจ้าวหอค่งไสหัวออกไป?”
“ข้าอยากรู้นัก ว่าผู้มาเป็นเทพยดาองค์ใดกันแน่!”
…
คนที่ตื่นตระหนกก็เป็นรองจ้าวหอคุมกฏคนอื่นๆ ยังมีลูกหลานรวมถึงศิษย์ส่วนตัว
พอได้ยินเสียงยั่วยุท้าทายแบบนี้ ทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความอยากกรู้อยากเห็นนัก ต่างเร่งเหินร่างออกจากสถานที่พักอาศัยขึ้นไปบนฟ้า มุ่งหน้าไปยังต้นเสียงทันที ด้วยอยากเห็นหน้าค่าตาของผู้ที่มาตะโกนอย่างดุร้ายนั่น
หลังจากตะโกนออกไปอย่างดุร้ายแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ลอยร่างค้างกลางหาวอย่างสงบ ใบหน้าปลอดโปร่งไร้ซึ่งความกังวลใดๆทั้งสิ้น
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
ทันใดนั้นเองพลันปรากฏเสียงแหวกอากาศมาฉับไว ทั้งสายลมพัดมาหลายสาย เป็นเงาร่างคนกลุ่มหนึ่งที่มุ่งหน้าขึ้นฟ้ามาด้วยความเร็ว พริบตาก็ลุมาถึงพื้นที่ว่างใกล้ๆจุดที่ต้วนหลิงเทียนลอยอยู่
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหลานทั้งศิษย์ของรองจ้าวหอคุมกฏ