ร่างของหลูชิ่งนั้นไม่เพียงสูงใหญ่แต่ยังหนาบึ๊กแลดูกำยำแข็งแรง หนวดเคราของมันรกรุงรังนัก คิ้วหนาตาโตพร้อมด้วยเส้นผมหยิกหยอยดั่งอสรพิษปล่อยไว้ลวกๆ พาลให้มันแลดูดิบเถื่อนดุร้ายอย่างถึงที่สุด!
เพียงมันลอยร่างอยู่เฉยๆ ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกเสมือนเผชิญหน้ากับจ้าวป่าให้ความรู้สึกอันตรายนัก
“ใต้เท้าจ้าวแท่น!”
“ใต้เท้าจ้าวแท่น!”
…
ทันทีที่หลูชิ่งปรากฏตัวออกมาให้เห็นชัดๆ เหล่าอาวุโสของแท่นบูชาพยัคฆ์ขาวก็รู้สึกตัวก่อนหมู่ศิษย์ เร่งนำกล่าวคารวะทักทายทันที
หลูชิ่งพยักหน้ารับคำทักเบาๆ ก่อนที่จะหันไปจับจ้องมองต้วนหลิงเทียนตาเขม็ง “ต้วนหลิงเทียน แม้ข้าจะไม่เคยเจอเจ้ามาก่อน แต่ข้าได้ยินเรื่องราวของเจ้ามานาน และข้ายังรู้ว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะท้าทายสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปีของลัทธิบูชาไฟเรา…”
“นอกจากนั้นเจ้ายังเป็นศิษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ลัทธิบูชาไฟเรา ที่ถูกท่านจ้าวลัทธิเชื้อเชิญให้กลับมาเป็นการส่วนตัว ทั้งยังให้คำมั่นว่าจะกล่าวคำสาบานเพื่อแสดงความจริงใจให้เจ้าเห็น…เรื่องนี้ทำให้ข้าเลื่อมไสเจ้านัก…”
แม้ปากหลูชิ่งจะกล่าวว่าเลื่อมไส หากแต่น้ำเสียงของมันกลับเต็มไปด้วยความเฉยเมยไร้แยแส