แต่มีศิษย์และอาวุโสของแท่นบูชาพยัคฆ์ขาวไม่กี่คนคิดต่างออกไป ตอนนี้สองตาพวกมันมองต้วนหลิงเทียนไม่วางยังฉายประกายแหลมคมวูบวาบ ลอบกล่าวในใจอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ‘ความมั่นใจของต้วนหลิงเทียนนั่นมันอะไรกัน?! สีหน้าเช่นนี้…มิต่างใดจากสีหน้ามั่นใจเหมือนในกาลก่อนเลย! หรือต้วนหลิงเทียนมั่นใจว่าสามารถสยบท่านจ้าวแท่นได้จริงๆ?’
แน่นอนว่าแม้ในใจของมันจะลอบคิดไปแบบนั้น แต่พวกมันก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมาสักคน
เพราะหากมันพูดเรื่องราวทำนองที่ว่าต้วนหลิงเทียนอาจเอาชนะจ้าวแท่นของพวกมันออกมาอย่างไม่ดูเวล่ำเวลา พวกมันได้จมน้ำลายสหายและอาวุโสคนอื่นๆตายแน่…
และในขณะที่ร่างของหลูชิ่งเริ่มเคลื่อนไหวด้วยการเหินขึ้นฟ้า เริ่มตั้งท่าคล้ายคิดป้อนกระบวนท่าจู่โจมร้ายกาจอันใดบางอย่าง
“ไม่ต้องลีลาได้หรือไม่…”
เสียงอันแฝงไปด้วยความรำคาญหนึ่งของต้วนหลิงเทียนพลันดังขึ้น…
เรียกว่าทำให้หลูชิ่งที่หัวร้อนอยู่เป็นทุนทนไม่ไหวสืบไป พลังเซียนต้นกำเนิดทะลักทะลายออกมาท่วมร่างไม่หยุดยั้ง ดั่งภูเขาไฟระเบิด!
และในขณะที่ทั่วร่างหลูชิ่งสั่นไปอย่างแรง ฝ่ามือยกขึ้นด้วยคล้ายกำลังจะผนึกพลังซัดฟาดไปยังต้วนหลิงเทียนนั้นเอง
“ท่านหลูชิ่ง หากวันนี้ท่านไม่คิดลงมืองั้นให้ข้าลงมือก่อนแล้วกัน…”
เสียงเบื่อหน่ายคล้ายรำคาญของต้วนหลิงเทียนพลันดังขึ้นอีกรอบ