ผู้ฝึกตนอิสระพากันตกใจไม่น้อย “อ้าว? มิใช่เจ้ากล่าวว่าตัวเจ้าติดอยู่ในระนาบเทียมที่ 3 ปีศาจครึ่งก้าวเซียนอมตะนั่นสร้างไว้ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาหรือไร? ด้วยวิธีนี้หมายความว่าอาวุโสสูงสุดของลัทธิอารามทมิฬก็มิได้ชิงยอดศาสตราของเจ้าไปจริงๆ…”
“เป็นเจ้ากล่าวถึงเรื่องนี้ออกมาเองแท้ๆ แต่ไฉนมาตอนนี้เจ้ากลับบอกว่ายอดศาสตราเซียนทั้ง 2 ไม่ได้อยู่กับเจ้าเล่า?”
ผู้ฝึกตนอิสระที่กล่าวถามแลดูงุนงงไม่น้อย
กระทั่งผู้ฝึกตนอิสระที่อยู่รอบๆก็สงสัยและไม่เข้าใจเช่นกัน
“ข้าบอกว่าไม่ นั่นหมายถึงที่ตัวข้าไม่ได้มียอดศาสตราเซียนถึง 2 ชิ้น…ที่ตัวข้ามียอดศาสตราเซียนเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น และนั่นก็คือตราผนึกมาร! สำหรับยอดศาสตราเซียนอย่างกระบี่ไร้ลักษณ์ที่พวกเจ้าว่า ข้าไม่แม้แต่จะเคยเห็นมันมาก่อนด้วยซ้ำ!”
“และตราผนึกมารนี้เดิมทีก็เป็นของข้าแต่แรก กล่าวไปข้าก็แค่ชิงมันกลับมาหลังฆ่าเซี่ยจงลูกชายของจ้าวราชสีห์ขนทองนั่นเท่านั้น…สำหรับเรื่องที่ข้ามีกระบี่ไร้ลักษณ์อะไรนั่น ทั้งหมดเป็นจ้าวราชสีห์ขนทองมัน ‘ป้ายสี’ ข้า”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
แต่เนื่องจากข้อจำกัดจากคำสาบานก่อนหน้า ทำให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดรู้ดีว่าวาจาที่กล่าวออกอย่างไร้แยแสนี้ของต้วนหลิงเทียน ล้วนเป็นความจริงทั้งหมด!