“นี่มันจะไม่ใจกล้าเกินไปหน่อยหรือ ไม่เพียงแต่กล้าปรากฏตัวกลางนครแห่งบาป ยังถึงกับป่าวประกาศเผยตัวตนออกมาด้วยตัวเอง นี่ยังไม่ใช่รนหาที่ตายอีกหรือ?”
“มันคงไม่ได้เสียสติไปแล้วหรอกนะ?”
“เสียสติ? อาจเป็นได้…ตลอด 3 ปีกว่าที่ผ่าน ด้วยการไล่ล่าของจ้าวราชสีห์ขนทองแห่งลัทธิอารามทมิฬ ไม่พ้นมันต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆเยี่ยงมุสิก ไปไหนมาไหนก็ต้องระแวงทั้งระวังตลอด เผลอๆมันอาจเครียดและเก็บกดจนเกินทนทานรับไหว เสียสติไปแล้วจริงๆ!!”
……
เหล่าผู้คนทยอยกันมารวมตัวที่บริเวณใจกลางนครแห่งบาปอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง พอทุกคนแหงนมองขึ้นไปบนฟ้าจนแลเห็นร่างในชุดสีม่วงที่ลอยเด่นกลางหาวนั่น ทั้งหมดก็จดจำได้แทบจะทันที
เป็นโฉมหน้าของผู้ที่เซี่ยคังฉวินออกประกาศรางวัลนำจับจริงๆ!
ศิษย์อัจฉริยะท้าทายสวรรค์อันดับที่ 2 ต้วนหลิงเทียน!!
“ฮ่าๆๆๆ…!!”
ทันใดนั้นเองพลันมีเสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้นมาแต่ไกลและกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ!
“ต้วนหลิงเทียน! ข้าย่ำหาจนรองเท้าสึกไม่พบพาน แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะพาตัวเองมาส่งถึงหน้าประตูเช่นนี้! มาๆๆ เจ้าตามข้าไปพบใต้เท้าจ้าวราชสีห์ขนทองแต่โดยดีเถอะ! เจ้ารู้หรือไม่กระทั่งยามหลับข้ายังเอาแต่ฝันถึงเจ้า!!”
เสียงหัวเราะที่ดังลั่นมาแต่ไกลนั้น เจ้าของเสียงเป็นชายวัยกลางคนแลดูแข็งแกร่งคนหนึ่ง และตอนนี้มันกำลังคำรามออกมาอย่างยินดีเป็นที่สุด!