ทันใดนั้นคล้ายนึกใดได้ออก ลูกตาเฉิงอี้ข่ายทอประกายเจิดจ้า มุมปากยกยิ้มพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นให้ข้าช่วยเจ้าหาตำแหน่งกำแพงมิติที่จะนำไปสู่ระนาบเทียมนั่นทั้งลงมือฉีกเปิดให้เจ้าเป็นไร?”
ทันใดนั้นเองทุกคนต่างพากันหันมองไปที่จงเฉิน
ขณะเดียวกันด้านจงเฉินเองก็หันศีรษะมาเล็กน้อย เหลือบมองเฉิงอี้ข่ายด้วยหางตา กล่าวออกเสียงเย็นยะเยือก “หากเจ้าคิดจะเข้าไปก็เชิญ…อย่าได้ฝันว่าข้าจะเปิดทางให้เจ้า!”
จงเฉินกล่าวออกมาแบบนี้ ย่อมเปิดเผยเจตนาของเฉิงอี้ข่ายที่คิดให้มันเข้าไปรับหน้าด้านในก่อนออกมาทันที
ด้วยถูกแฉความในใจเช่นนี้รอยยิ้มบนใบหน้าเฉิงอี้ข่ายย่อมสลายไป ยังแทนที่ด้วยความอึมครึมเกรี้ยวกราด
ครู่ต่อมากลิ่นอายพลังคมกล้าน่ากลัวขุมหนึ่งก็เริ่มแผ่ออกมาจากร่างเฉิงอี้ข่าย
กลิ่นอายที่เสียดคมกระหนึ่งมีคมกระบี่กรีดกรายไปทั่วนี้ พาลให้ผู้คนโดยรอบรีบเหินหนีกันจ้าละหวั่น ด้วยกลัวจะกลายเป็นปลาในบ่อที่พลอยซวยไปด้วย…
จังหวะนี้ทุกผู้คนย่อมรับทราบบรรยากาศตึงเครียดที่อุบัติขึ้นระหว่างทั้ง 2 ได้ชัดเจน
“พวกมันจะสู้กันแล้วรึ!? มารดาของมันช่างประเสริฐนัก!!”
มีหลายคนที่กลัวใต้หล้าจะวุ่นวายไม่พอ พากันยินดีกันยกใหญ่ แลดูคึกคักไม่น้อย
และในขณะที่ทั่วร่างของจงเฉินก็ปรากฏกลิ่นอายพลังคมกล้าปานกระบี่แกร่งตลบขึ้นมา คล้ายพร้อมจะลงมือเช่นกันนั้นเอง..
“เจ้าน่ะหรือ คนทรยศจงเฉินที่ถูกขับไล่ออกจากลัทธิชะตาฟ้าเมื่อปีนั้น?”