“จ้าวค้างเคียวปีกเขียวตกตายในนั้นด้วยหรือ?”
ได้ยินวาจาของพญามังกรเสื้อม่วง เผยซื่อไห่เลิกคิ้วขึ้น จากนั้นค่อยส่ายหัวไปมาพลางถอนหายใจกล่าว “ความโลภนับเป็นบาปอันหนักหนานัก…”
ก่อนที่พญามังกรเสื้อม่วงจะทันได้ตอบอะไรเผยซื่อไห่พลันกล่าวต่อออกมาอีกว่า “หลังข้าฉีกเปิดมิติและเข้าไปในนั้น…สิ่งแรกที่ต้อนรับข้าหลังจากเข้าไป ก็คือค่ายกลสังหาร!”
“ค่ายกลสังหาร?!”
เผยซื่อไห่กล่าวจบคำ พญามังกรเสื้อม่วงและคนอื่นๆก็ไม่ได้จริงจังอะไร เพียงคิดว่านี่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย และสมควรมีอันตรายร้ายแรงตามมาหลังจากนี้มากกว่า…
อย่างไรก็ตามวาจาต่อมาของเผยซื่อไห่ก็ทำให้ทุกคนตระหนักได้ทันทีว่าพวกมันคิดผิดไปแล้ว
“พลังที่ปะทุออกมาจากค่ายกลสังหารนั่นช่างน่าสะพรึงกลัวนัก…”
กล่าวถึงเรื่องนี้สีหน้าเผยซื่อไห่ฉายชัดออกถึงความหวาดกลัว ในแววตายังสั่นไหวไปด้วยความผวา ภาพที่ผุดขึ้นในใจชัดเจนยากลบเลือน “ต่อให้เป็นครึ่งก้าวเซียนอมตะจู่โจมมาด้วยพลังทั้งหมด…ก็มิอาจบรรลุถึงพลังทำลายล้างระดับนั้นได้..”
“โชคดีนักที่ข้ามียอดศาสตราเซียนอย่างระฆังสุญตาที่อาจารย์มอบให้ติดตัว…หาไม่แล้วข้าต้องตายคาที่อย่างไม่ต้องสงสัยเลย!”
“อย่างไรก็ตาม แม้ข้าจะมีระฆังสุญตาคุ้มกาย…ทว่าภายใต้พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวนั่น ไม่ว่าจะแขนซ้ายหรือดาบพันอาคมเซียนของข้าก็ไม่อาจทานทนรับไหว…”