“พริบตาที่มวลพลังนั่นปะทุออก ไม่ว่าจะแหวนพื้นที่หรือดาบพันอาคมเซียนล้วนแหลกสลายเป็นผุยผง! ไม่อาจต้านทานอะไรได้เลย!!”
ยิ่งกล่าวสีหน้าเผยซื่อไห่ยิ่งขึงขังจริงจัง เห็นชัดว่าหวาดกลัวไม่น้อย
หลังเผยซื่อไห่กล่าวจบคำ รอบด้านก็เงียบลงทันใด
เงียบนัก
เงียบถึงขั้นต่อให้มีเข็มตกลงพื้นสักเล่มคงได้ยินชัดเจน
และตอนนี้แม้แต่พญามังกรเสื้อม่วง ยังอดไม่ได้ที่จะหลั่งเหงื่อเย็นด้วยความหวาดกลัว แผ่นหลังของนางเปียกแฉะขึ้นมาทันใด ในใจยังลอบขอบคุณโชคไม่น้อย!
โชคดีที่เผยซื่อไห่มาที่นี่!
หาไม่แล้วหากเป็นนางที่บุกเข้าไปในสถานที่อันน่าจะเป็นคลังสมบัติของครึ่งก้าวเซียนอมตะนั่น และเจอค่ายกลสังหารเหมือนเผยซื่อไห่ล่ะก็…นางได้ทิ้งชีวิตไว้ในนั้นชั่วกาลแน่!
เรื่องนี้นางไม่สงสัยสักกะผีก!
เพราะสุดท้ายแล้วพลังฝีมือนางก็กล้าแข็งมิสู้เผยซื่อไห่ แถมนางยังไม่มียอดศาสตราเซียนประเภทป้องกันอย่างระฆังสุญตาอีก
กระทั่งตอนนี้ส่วนหนึ่งในใจนางยังคิดว่าเผยซื่อไห่…ใช่กล่าวเรื่องราวเกินจริงไปหรือไม่?
อย่างไรก็ตามพอได้คิดนางก็รู้ดีแก่ใจ
เผยซื่อไห่ไม่จำเป็นต้องโกหก…
“ค่ายกลสังหารที่ทรงพลังถึงระดับนี้…เกรงว่าคงไม่ใช่ค่ายกลที่จัดตั้งขึ้นมาด้วยฝีมือครึ่งก้าวอมตะแน่!”